เอาเสียเลย ถ้าจะไปก็รีบไสหัวไป ไม่เข้าใจเรอะ?’
เมื่อจูปาเม่ยไล่เจียงหยวนซือออกไปได้แล้ว สองพี่น้องก็ตามออกไปถึงนอกเรือนโดยไม่ลังเล สะกดรอยไปตลอดทาง
เจียงหยวนซือก็สมควรโชคร้ายจริง ๆ คิดจะจับน้องสาวผู้อื่นยังไม่พอ ยังเลือกเดินไปบนทางที่ปลอดผู้คนอีกต่างหาก
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงถูกคนเอาถุงกระสอบคลุมศีรษะได้อย่างง่ายดาย
“โอ๊ย!”
“พวกเจ้าทำอะไรน่ะ?”
“ปล่อยข้า ข้าไม่ใช่โจรนะ”
“โอ๊ย อย่าตี อย่าตี เจ็บจะตายชัก…”
……
จูซื่อกับจูอู่ไม่พูดอะไรสักคำ ระดมหมัดเตะต่อย แค่ให้แน่ใจว่าตีแล้วไม่ตายเป็นใช้ได้
ตอนจะจากไป จูอู่ยังแย่งกำไลเงินมาจากเจียงหยวนซือ
จูซื่อนึกสงสัย แต่ไม่กล้าส่งเสียง รอจนถึงบริเวณปลอดคนแล้วค่อยถามขึ้นอย่างไม่พอใจ “เจ้าแย่งของของคนอื่นมาทำไม? พวกเราไม่ใช่โจรเสียหน่อย”
“แย่งเพื่อทำให้เขาเข้าใจว่าพวกเราเป็นโจรอย่างไรเล่า ถ้าไม่ชิงสิ่งของมาด้วย เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราตีเขาไปทำไม?” จูอู่พูด
“แต่ถ้าเขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดตนเองถึงถูกตี แล้วยังหน้าด้านมาอีกเล่า?”
“กลัวอะไร? มาอีกก็ตีอีก แย่งของมาหลาย ๆ ครั้ง ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขายังจะมีเงินเหลือมายุ่งกับปาเม่ยอีก”
จูซื่อนิ่งงัน
…เอาเถอะ ถือว่าเจ้าโหด!
แต่มองกำไลในมือจูอู่ เขามองอย่างไรก็ขัดหูขัดตา
“เจ้าคิดจะทำอย่างไรกับกำไลนั่น?”
จูอู่มองก้อนหินขนาดใหญ่ข้างทาง กลอกตารอบหนึ่งแล้วก็พลันบังเกิดความคิด “จะทำอย่างไรได้? กำไลเงินก็เป็นเงินเหมื