กต…”
“ข้าถามจริงจัง”
หลี่ซื่อสังเกตสีหน้าของเขาดูคล้ายจะมีเรื่องอะไรจริง ๆ จึงตอบตามตรง “หน้าตาดีทีเดียว แต่รู้สึกว่าลักษณะไม่เหมือนเจ้าเจ็ด ดูไม่คล้ายคนเป็นบัณฑิตสักเท่าไหร่”
จูชีย่อมต่างจากคนทั่วไปอยู่แล้ว เดิมทีเขาก็ทึ่ม ๆ บื้อ ๆ หลังจากไปเรียนกับอาจารย์เสินก็ยิ่งทึ่มกว่าเดิม
เมื่อได้รับการอบรมสั่งสอนวิชาความรู้ธรรมเนียมมารยาทจากอาจารย์เสิน บุคลิกลักษณะของจูชีก็เกิดความเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
แต่ละครั้งที่กลับมาก็จะพบความเปลี่ยนแปลงเช่นนั้น
อากัปกิริยายามยกมือวาดเท้า วาจาแฝงโวหาร มองปราดเดียวก็ทราบว่านั่นคือบัณฑิตผู้หนึ่ง ทั้งยังเป็นประเภทที่ก้มหน้าก้มตาเรียน คงแก่เรียนโดยแท้ แต่กลับทำให้คนหมั่นไส้ไม่ลง มีแต่จะชื่นชมเลื่อมใส
เจียงหยวนซือเดิมทีก็ไม่ใช่บัณฑิต เขาเพียงเลียนแบบเอาเท่านั้น กล่าวได้ว่าเลียนแบบได้คล้ายคลึงเพียงสามในสิบส่วน หลอกได้แค่คนที่ไม่เคยพบโลกกว้างมาก่อน
เขานึกว่าคนสกุลจูหลอกง่าย แต่กลับละเลยไปเรื่องหนึ่ง ต่อให้คนสกุลจูเป็นชาวนา แต่ก็เป็นคนที่เคยเห็นโลกกว้างมาแล้ว
เย่อวี๋หรานพยายามปรับปรุงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนสกุลจูโดยไม่หยุดยั้ง ทำให้ครอบครัวสกุลจูแลดูมีสง่าราศีขึ้นไปอีกระดับ
สภาพจิตใจไม่เหมือนเดิม ทั้งยังขัดเกลาด้านกิริยามารยาท เกิดการหล่อหลอมทีละน้อย ย่อมเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกเป็นธรรมดา
บางทีแม้แต่หลี่ซื่อเองก็คงไม่รู้ตัวว่าเพราะเหตุใดแต่ละ