ทว่าในวินาทีที่พระเอกปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พระรองกลับพ่ายแพ้จนไม่เหลืออะไรเลย เขาทำได้เพียงวิ่งตามรถอย่างทุลักทุเล สุดท้ายก็ล้มลงกับพื้น แต่กลับไม่สามารถแลกมาได้แม้แต่การหันกลับมามองเพียงครั้งเดียวของนางเอก
รถลับตาไปจากวิสัยทัศน์
พระรองล้มลงข้างทางอย่างแรง
จู่ๆ ในหนังก็มีเพลงแทรกดังขึ้นมา
นั่นคือเสียงร้องของหลินจือไป๋
“ตัวตนที่ซับซ้อนที่สุด ความทรงจำที่คุมไม่อยู่ที่สุด อารมณ์ที่จู้จี้ที่สุด สิ่งที่หวาดกลัวที่สุดคือการบอกความจริงกับคุณ”
“จะพิสูจน์อย่างไร จะสงบสติอย่างไร จะทำอย่างไรถึงจะลืมคุณได้? คุณผู้ซึ่งผมเคยรักสุดหัวใจ”
“บางเรื่องไม่อาจดำเนินต่อ ปัญหาของผมคือคุณไม่คิดว่าผมมีปัญหา ขอฟังเสียงคุณอีกสักครั้งได้ไหม ถือเสียว่าผมมันคนไม่มีหัวคิด…”
พร้อมกับเพลงประกอบ
เรื่องราวในอดีตฉายชัดขึ้นมาในสมองของพระรองทีละฉาก
และนางเอกที่อยู่ในรถ ก็เริ่มหวนคิดถึงความดีของพระรองตลอดหลายปีที่ผ่านมา
จู่ๆ ท้องฟ้าก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก พระเอกเปิดที่ปัดน้ำฝน มองนางเอกผ่านกระจกมองหลัง
เปรี้ยง
มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่น
จู่ๆ นางเอกก็ร้องไห้ออกมาโฮใหญ่ ราวกับสติหลุดในวินาทีนี้
และเสียงเพลงในวินาทีนั้น ก็ดำเนินมาถึงท่อนไคลแมกซ์ ราวกับเป็นการตะโกนร้องด้วยความไม่ยินยอมของคนที่รักจนหมดใจ
“ก็ปล่อยให้ฝนห่าใหญ่นี้ตกลงมาให้หมด!”
“เพื่อไม่ให้คุณเห็นความดิ้นรนบนใบหน้าของผม!”
“จบกันแค่นี้เถอะ พูดความจริงในใจออกมาเถอะ คนท