ปู๋เย่โหวเข้ามาได้ด้วยหรือเปล่า?
หลินจือไป๋ไม่มีทางเลือกอื่น
ได้แต่ปล่อยให้เจียงเฉิงเป็นคนหาทางจัดการ
แต่หูเหวยและสืออวิ๋นกลับยื่นคำมั่นสัญญาแฝงมาให้
เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีอิทธิพลระดับนั้นในฉีโจว มิน่าล่ะทั้งสองคนถึงได้นั่งในตำแหน่งประธานงานกวี เพียงแค่พูดไม่กี่คำก็จัดลำดับที่นั่งให้ปัญญาชนฉีโจวได้ และทุกคนในที่นี้ก็ไม่มีใครกล้าไม่ยอมรับ
เมื่อนึกได้ดังนั้น
หลินจือไป๋ก็เริ่มจริงจังขึ้นมา เขาเอ่ยปากถามว่า “เงื่อนไขเหล่านี้น่าสนใจมากครับ แล้วสิ่งที่ผมต้องทำคืออะไรครับ?”
หูเหวยและสืออวิ๋นสบตากัน ก่อนที่คนแรกจะยิ้ม “สิ่งที่ผมต้องการให้คุณหลินทำนั้นง่ายมากครับ ปลายปีนี้พวกเรามีการนัดประชันวรรณกรรมระหว่างทวีปกับทางฉู่โจว ถึงตอนนั้นต้องการให้คุณหลินไปช่วยในฐานะนายกกิตติมศักดิ์แห่งวงการวรรณกรรมฉีโจวครับ”
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง
หลินจือไป๋เข้าใจแล้ว
ประมาณว่าวงการวรรณกรรมของฉีโจวและฉู่โจวมีการนัดดวลครั้งสำคัญกันอยู่
เมื่อเห็นว่าวันนัดดวลใกล้เข้ามาแล้ว แต่ฝั่งฉีโจวไม่มีความมั่นใจว่าจะชนะการประชันวรรณกรรมได้ ถึงตอนนั้นถ้าแพ้ขึ้นมาอาจจะเสียหน้าอย่างหนัก จึงอยากอาศัยโอกาสนี้ดึงตัวหลินจือไป๋เข้ามาเป็นกำลังหนุนจาก