จด…”
อาจเป็นเพราะพึงพอใจที่ได้พบงานดี
สืออวิ๋นอ่านรวดเดียวจนจบแล้วตะโกนชมว่า “กลอนดี!”
หูเหวยเองก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าถี่ๆ “วันหลังหลี่ไป๋อย่าเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับกลอนคู่เลย มีความสามารถทางวรรณศิลป์สูงขนาดนี้ ศึกษาเรื่องกวีและกลอนให้มากกว่านี้ไม่ดีกว่าเหรอ?”
“อาจารย์ทั้งสองชมเกินไปแล้วครับ”
ความจริงหลี่ไป๋คนนี้ค่อนข้างพยศ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหูเหวยและสืออวิ๋น เขากลับแสดงท่าทีถ่อมตัวมาก
หลังจากหลี่ไป๋ ก็มีผลงานกวีและกลอนดีๆ ปรากฏขึ้นอีกหลายบทที่ได้รับคำชมจากหูเหวยและสืออวิ๋น
“ดาราระยิบ จันทร์กลมเกลี้ยง ธารดาราไหลย้อนลงสู่จอกจาน... วันนี้บท ‘ลำนำนกกระทา’ ของโส่วรั่งถูกใจฉันจริงๆ”
“ฉันชอบบทนี้มากกว่า ดวงจันทร์กระจ่างแบ่งรัศมี ธารดาราเคียงเงาสะท้อน ทั้งนอกและในล้วนใสกระจ่าง… จะว่าไปก็น่าสนใจ ปีก่อนผลงานที่ดีที่สุดล้วนเป็นบทกวี แต่ปีนี้ผลงานที่ดีที่สุดกลับเป็นกลอนทั้งหมด”
“บทกวีที่ดีก็มีนะ”
“อย่างเช่นท่อนนี้ของอาจารย์เยี่ย ธุลีลอยไปตามลม จันทร์กระจ่างไล่ตามคนมา… จริงๆ ตรงนี้ถ้าเปลี่ยนเป็น ธุลีสลัวลับไปตามม้า จันทร์กระจ่างไล่ตามคน อาจจะดีกว่า”
“ขอน้อมรับคำชี้แนะ!”
หูเหวยและสืออวิ๋นวิจารณ์