ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าเธอเป็นคนที่เชี่ยวชาญกู่ฉินที่สุดในบรรดาปัญญาชนที่นี่
แม้เซี่ยซินอี้จะไม่พูดอะไรออกมา แต่ในใจเธอก็รู้สึกภาคภูมิใจกับเรื่องนี้มาก
ความสามารถทางวรรณศิลป์ของเธอคงเทียบกับหลินจือไป๋ไม่ได้แล้ว
อีกฝ่ายคือคนที่่มีความสามารถที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอมาในชีวิตจริงๆ
แต่มีเพียงเรื่องกู่ฉินนี่แหละที่เซี่ยซินอี้มั่นใจว่าตนเองจะไม่มีทางด้อยไปกว่าหลินจือไป๋แน่นอน
แม้แต่สาเหตุที่เธอยอมบรรเลงเพลงอย่างจริงจังทั้งที่ดูเหมือนจะไม่ยากทำในตอนแรก
ก็เพื่อที่จะได้รับการยอมรับจากหลินจือไป๋
พูดไปมันก็ดูไร้เดียงสาอยู่บ้าง แต่ใครๆ ก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ
ในบางสถานการณ์เรามักจะอยากแสดงตัวตนออกมาโดยไม่รู้ตัว
ไม่ใช่เพื่อโชว์เหนือ แต่เพียงเพื่อดึงดูดความสนใจจากใครบางคน
ก็ไม่ได้หมายความว่าเซี่ยซินอี้จะหลงรักหลินจือไป๋เข้าแล้ว มันไม่ถึงขั้นนั้นหรอก
แค่ความรู้สึกดีๆ มันเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว
ผู้ชายรุ่นเดียวกันที่เบ้าหน้าฟ้าประทาน แถมยังมีความสามารถล้นปรี่
ผู้หญิงคนไหนเห็นแล้วไม่หวั่นไหวนี่สิถึงจะแปลก
ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้ เซี่ยซินอี้ก็คงไม่หวังจะได้รับคำประเมินจากหลินจือไป๋หลังจากบรรเลงจบหรอก
‘อย่างน้อยในด้านกู่ฉิน คุณจะต้องชื่นชมฉันแน่นอน’
เซี่ยซินอี้ที่คิดแบบนั้นในตอนแรก พอได้ฟังหลินจือไป๋บรรเลงเพลง ‘เหมยสามครา’ จบ
เธอก็ถึงกับปิดกั้นตัวเอง รู้สึกว่าตนเหมือนตัวตลก
ทักษะกู่ฉินของเธอเมื่อเทียบกับหลิน