ก็ไม่รู้ว่านี่คือเหล้าอะไรของอีโจว พอหลินจือไป๋ดื่มไปก็รู้สึกมึนหัวทันที แถมยังมีฤทธิ์ตามหลังที่รุนแรงมาก ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมึนขึ้นเรื่อยๆ
‘ท่านมหาเศรษฐีคออ่อนจริงๆ แฮะ’
‘ฮาๆ ดื่มจนหน้าแดงหมดแล้ว นี่เพิ่งไม่กี่จอกเองนะ’
‘น่าจะยังไม่ชินกับเหล้าอีโจวของเรามากกว่า’
‘เดี๋ยวอย่าเมาเละเทะละ งานกวีเขาไม่นิยมคนเมาอาละวาดกันนะ’
‘ก็ใช่ว่าทุกคนที่เมาแล้วจะอาละวาดเสียหน่อย’
‘นี่นับว่าเป็นจุดอ่อนเดียวที่เผยออกมาตั้งแต่ท่านมหาเศรษฐีเข้าร่วมรายการเยือนเขาลี่ซานเลยนะ’
‘สรุปคือท่านมหาเศรษฐีไม่มีจุดอ่อนอื่นแล้วจริงๆ สินะ พวกนายถึงขั้นต้องฝืนนับเรื่องคออ่อนเข้าไปด้วยเนี่ย’
‘ยังมีอีกจุดอ่อนนะ เช่น ฝีมือดีดกู่ฉินแค่ระดับงูๆ ปลาๆ (อิโมจิหมา)’
‘ท่านมหาเศรษฐีจะหลับแล้วเหรอ!?’
ผู้ชมต่างพากันเบิกตากว้าง เมื่อเห็นว่าหลังจากหลินจือไป๋ดื่มเหล้าเสร็จ เขากลับใช้มือเท้าคางและหลับตาลงสัปหงก ทว่าเหล่าปัญญาชนรอบข้างต่างกำลังสนทนากันอย่างออกรส จึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่าหลินจือไป๋กำลังหลับใน จนกระทั่งครึ่งชั่วโมงผ่านไป หลินจือไป๋แทบจะหมอบหลับไปกับโต๊ะแล้ว ถึงเริ่มมีคนสังเกตเห็นความผิดปกติ ต่างพากันหัวเราะร่าออกมา
“คุณหลินคงจะแพ้ฤทธิ์สุราเสียแล้ว”
“นึกไม่ถึงว่าจะคอพับด้วยเหล้าแค่สามจอก”
“มาหลับในงานกวีแบบนี้ คุณหลินคงเป็นรายแรกเลยมั้ง”
“หลับน่ะเรื่องเล็ก ปีก่อนยังมีคนเมาอาละวาดในงานกวีเลยไม่ใช่เหรอ?”
“ถ้าเทียบเรื่องกิร