ิยาตอนเมา คุณหลินชนะขาดลอยครับ”
“นั่นก็จริง”
ทุกคนต่างหยอกล้อด้วยความเอ็นดู แต่ไม่มีใครเข้าไปปลุกหลินจือไป๋
ทว่าหลินจือไป๋กลับได้ยินคนเรียกชื่อตนเอง เขาจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น สติเริ่มกลับมาแจ่มใสขึ้นมาก ก่อนจะเอ่ยถามไปว่า “เรียกผมมีธุระอะไรเหรอครับ?”
มีคนแกล้งแหย่ว่า “ทุกคนเพิ่งพูดกันว่าคุณดันมาสัปหงกในงานกวีเสียได้ ก็ควรจะแสดงอะไรสักอย่างเหมือนอย่างที่เซี่ยซินอี้ทำนะครับ”
การแสดงเหรอ?
หลินจือไป๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า ลุกขึ้นเดินตรงไปยังกู่ฉินที่ยังไม่ได้ถูกยกออกไป “งั้นผมจะบรรเลงให้ทุกท่านฟังหนึ่งบทเพลงครับ”
“เขาพูดเล่นนะครับ”
หูเหวยยิ้ม “แต่ในเมื่อคุณหลินน้อยมีอารมณ์สุนทรีย์แบบนี้ พวกเราก็จะขอตั้งใจฟังครับ”
อย่างนั้นเหรอ
หลินจือไป๋ไม่ได้ใส่ใจ ตอนนี้เขานั่งลงหน้ากู่ฉินเรียบร้อยแล้ว ในขณะเดียวกันก็เรียกใช้งานระบบอย่างเงียบเชียบ เพื่อแลกเปลี่ยนทักษะการบรรเลงขั้นสูงที่เกี่ยวข้อง
ติ๊งต่อง
เฟยหง ‘ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับทักษะกู่ฉินระดับปรมาจารย์!’
แวดวงใดก็ตามที่ก้าวไปถึงระดับปรมาจารย์ ย่อมเรียกได้ว่ายืนอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดแล้ว ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น ค่าชื่อเสียงของหลินจือไป๋ก็ถูกหักหายไปถึงหนึ่งในห้าส่วน
ในความเป็นจริงขอเพียงหลินจือไป๋ไม่ใช่จ่ายฟุ่มเฟือย ด้วยค่าชื่อเสียงที่เขามีในตอนนี้ก็แทบจะใช้ไม่มีวันหมด
แต่คราวนี้กลับต้องเสียไปถึงหนึ่งในห้าส่วน จะเห็นได้ว่าทัก