จือไป๋แล้ว ช่องว่างความต่างนั้นมันกว้างเกินไปจริงๆ!
นี่คือสาเหตุที่เซี่ยซินอี้รู้สึกขมขื่นในใจ
ตอนนี้เธอรู้สึกว่าความคิดที่ไม่อยากให้ใครรู้ของตนเองนั้นมันดูเป็นตัวตลกไปหน่อย
และเมื่อเซี่ยซินอี้พูดจบ ผู้ชมส่วนใหญ่ในห้องไลฟ์สดต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน!
‘เช็ด!’
‘เซี่ยซินอี้พูดว่าอะไรนะ?’
‘หลินจือไป๋คือปรมาจารย์กู่ฉินเหรอ?’
‘สรุปว่าตำแหน่งปรมาจารย์นี่มันหาได้ง่ายเหมือนผักกาดขาวหรือไง!’
‘ทำไมหลินจือไป๋วาดรูปก็ระดับปรมาจารย์ กู่ฉินก็ยังระดับปรมาจารย์อีก!?’
‘คนไม่รู้นึกว่าระดับปรมาจารย์คือค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปแล้วนะเนี่ย!’
‘คนในฉีโจวที่นับว่าเป็นปรมาจารย์ด้านการวาดภาพได้ มีรวมๆ แค่ประมาณสิบกว่าคนเองนะ’
‘งั้นปรมาจารย์กู่ฉินก็น่าจะมีจำนวนพอๆ กัน’
‘ถ้างั้นระดับของหลินจือไป๋ก็คือกลุ่มที่อยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดน่ะสิ!’
‘กราบท่านมหาเศรษฐีเลยครับ!’
บนบลูสตาร์แทบทุกคนต่างรู้ดีว่าคำว่า ‘ปรมาจารย์’ หมายถึงระดับไหน
นี่ไม่ใช่ในโลกเก่าที่แค่เล่นฉีดพ่นน้ำหมึกมั่วๆ ก็กล้าเรียกตัวเองว่าปรมาจารย์ลายพู่กันได้
บนบลูสตาร์คนที่จะถูกเรียกว่า ‘ปรมาจารย์’ ทุกคนล้วนต้องมีความสามารถในสาขานั้นๆ
แข็งแกร่งจนคนธรรมดาต้องแหงนมองเท่านั้น
และเซี่ยซินอี้เองก็ไม่ได้นับว่าเป็นคนธรรมดาแล้ว
ระดับกู่ฉินของเธออยู่ในเกณฑ์มืออาชีพ
ถึงขั้นสามารถไปคว้าอันดับในการแข่งขันระดับท็อปได้เลย
ขนาดเธอยังบอกว่าหลินจือไป๋คือปรมาจารย์…
ถ้าเซี่ยซินอ