เหล่าขุนนางปัญญาชนในสมัยโบราณ
ทว่าบลูสตาร์ไม่มีราชวงศ์จิ้นหรือถัง ย่อมไม่มีบทเพลงนี้อยู่ก่อนแล้ว
เสียงกู่ฉินที่นุ่มนวลและเที่ยงตรงกำลังไหลรินออกมาจากปลายนิ้วของหลินจือไป๋ในยามนี้
ทุกคนที่เพิ่งเริ่มฟังการบรรเลงของหลินจือไป๋ก็ยังไม่รู้สึกว่ามันน่าทึ่งถึงขั้นเทพเจ้า เพียงแค่รู้สึกว่าท่วงทำนองนี้ช่างรื่นหูอย่างยิ่ง จิตใจรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เอาเถอะ
เพราะ ‘เหมยสามครา’ นั้นถูกชาวเน็ตในโลกเก่าขนานนามว่าเป็น ‘ยาบำรุงไตชั้นเลิศ’ เลยทีเดียว
มีคำกล่าวว่าการฟังเพลงนี้ในช่วงเวลาเจ็ดโมงเช้าถึงสิบเอ็ดโมงเช้าจะช่วยปรับสมดุลเส้นลมปราณไต ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มลือกัน แต่เพื่อนๆ ที่มีปัญหาเรื่องไตต่างก็หวั่นไหวไปตามๆ กัน
หลินจือไป๋คาดเดาเอาว่า
คงเป็นเพราะเพลงนี้ทำให้คนฟังรู้สึกสงบจิตสงบใจ จนถึงขั้นอยากจะนั่งสมาธิขึ้นมาละมั้ง
อืม…
ยิ่งหลินจือไป๋บรรเลงไปเรื่อยๆ แววตาของปัญญาชนในงานก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป
เพราะในบรรดาผู้คนมากมายที่นี่ ย่อมมีคนที่เชี่ยวชาญกู่ฉินรวมอยู่ด้วย อย่างที่เขากล่าวกันว่า ‘พอยอดฝีมือลงมือ ก็รู้ทันทีว่ามีของหรือไม่มี’
คนที่เข้าใจกู่ฉินย่อมมองเห็นและได้ยินว่าเทคนิคการบรรเลงของหลินจือไป๋นั้นเข้าสู่ระดับที่ชำนาญอย่างยิ่งจนเรียกได้ว่าเล่นได้ดังใจนึก!
เช่นช่วงการบรรเลงเสียงเปล่าที่เห็นได้ชัด หลินจือไป๋มือซ้ายไม่ได้กดสาย แต่ใช้มือขวากรีดสายพิณ เสียงที่ออกมาจากสายเปล่านั้นกว้างขวา