‘เอาละสิ’
‘จะดีดพิณเหรอ?’
‘ใครบอกว่าท่านมหาเศรษฐีไม่ถนัดกู่ฉินกัน’
‘นี่ไงเขากำลังเตรียมจะโชว์แล้วนี่!’
‘ฝีมือท่านมหาเศรษฐีจะเป็นยังไงนะ เห็นเขาบอกว่าพอรู้บ้างนิดหน่อยเอง?’
‘พวกนายจะสงสัยเรื่องทักษะการดีดของท่านมหาเศรษฐีก็ได้ แต่อย่าได้สงสัยคุณภาพงานออริจินัลของเขาเชียว!’
‘นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว!’
‘สถิติเพลงใหม่กวาดห้าอันดับรวดเขาล้อเล่นกับนายเหรอ?’
‘ชื่อเพลงฟังดูสูงส่งมาก ‘เหมยสามครา’ ฟังแล้วดูมีระดับสุดๆ’
ผู้ชมเองก็เริ่มสนใจขึ้นมา
แน่นอนว่าประเด็นหลักคือสนใจบทเพลงออริจินัลที่หลินจือไป๋พูดถึง
และท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ หลินจือไป๋ก็เริ่มกรีดกรายสายพิณ บทเพลงที่เขาจะบรรเลงนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ลำนำดอกเหมย’
นี่คือหนึ่งในสิบสุดยอดบทเพลงกู่ฉินชื่อดังจากโลกเก่าของเรานั่นเอง
แน่นอนว่าเจ้าของผลงานไม่ใช่หลินจือไป๋ เพียงแต่เขาไม่มีทางอธิบายเป็นอย่างอื่นได้
ตามตำนานเล่าว่า ‘เหมยสามครา’ เดิมทีเป็นเพลงขลุ่ย แต่งโดยหวนอีในสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก ต่อมาเหยียนซือกูปราชญ์พิณสมัยราชวงศ์ถังได้นำมาเรียบเรียงใหม่เป็นเพลงกู่ฉินและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เพลงนี้ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่สื่อถึงดอกเหมยได้ดีที่สุดในบรรดาเพลงคลาสสิกของจีน ในสมัยราชวงศ์ถังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ประชาชน เนื้อหาของเพลงสื่อถึงคุณธรรมอันสูงส่งของดอกเหมยที่ขาวสะอาดมีกลิ่นหอม ทนทานต่อเหมันต์และหิมะ เป็นบทเพลงกู่ฉินที่เต็มไปด้วยรสนิยมของ