วินาทีนี้ทุกคนต่างก็เริ่มเข้าใจขึ้นมา ที่แท้นี่ก็คือ ‘เหมยสามครา’
แม้หลินจือไป๋จะบรรเลงเพียงประมาณเจ็ดนาที แต่เมื่อเขาสิ้นสุดการบรรเลง ภายในเรือนธรรมชาติกลับตกอยู่ในความเงียบงันสนิท
ทุกคนต่างพากันมองหลินจือไป๋อย่างโง่งม แววตานอกจากความตกตะลึงแล้ว ยังมีความประหลาดใจแฝงอยู่!
เจ้าหลินจือไป๋คนนี้ ก่อนหน้านี้ไม่ได้ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะหรอกเหรอว่า เรื่องกู่ฉินน่ะแค่ ‘พอรู้บ้างเล็กน้อย’ เท่านั้น?
มุมปากของทุกคนกระตุกเบาๆ
นี่เล่นซะจนเข้าถึงขั้นที่ฟ้าดินและมนุษย์รวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ช่วยบอกทีเถอะว่า ‘พอรู้บ้างเล็กน้อย’ บ้านใครเขาเป็นแบบนี้กัน?
คิดว่าพวกเราแม่งไม่รู้จักกู่ฉินหรือไง?
คิดว่าพวกเราดูไม่ออกหรือไงว่าเทคนิคการบรรเลงของนายมันอลังการขนาดไหน?
คิดว่าพวกเราฟังไม่ออกหรือไงว่าเสียงกู่ฉินของนายมันลึกซึ้งแค่ไหน?
อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่หูเหวยและสืออวิ๋นที่เป็นระดับผู้นำทั้งสองท่านก็ยังอ้าปากค้าง
แน่นอนว่า
ผู้ชมในห้องไลฟ์สดเองก็ถูกสยบไปตามๆ กัน!
ทว่าผู้ชมส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักหรอกว่าฝีมือของหลินจือไป๋แข็งแกร่งขนาดไหน
พวกเขาแค่รู้สึกว่าปฏิกิริยาที่ดูอึ้งกิมกี่ของพวกปัญญาชนเหล่านี้ ดูเหมือนจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าการแสดงของหลินจือไป๋นั้นไม่ธรรมดาสุดๆ
อีกอย่าง เพลงนี้มันเพราะมากจริงๆ มีรสชาติพิเศษบางอย่างซ่อนอยู่ข้างใน จนทำให้ทุกคนรู้สึก ‘ทึ่งจนอธิบายไม่ถูก’ ไปด้วย
เหมือนคำที่เขาพูดกันว่า ‘ฟั