?”
“พวกเราเดินทางมาด้วยกัน ก็นับว่าเป็นมิตรสหายปัญญาชน จะมาพูดเรื่องซื้อขายอะไรกันล่ะ ถ้าชอบก็ยกให้คุณแล้วกันครับ”
หลินจือไป๋ยิ้มให้
ความจริงแล้วภาพวาดนี้ก็ไม่ได้ดีเด่อะไรมากมายนัก เพราะมันก็เป็นเพียงผลงานระดับปรมาจารย์ชิ้นหนึ่งเท่านั้น
หลินจือไป๋ในตอนนี้สะสมแต้มทักษะไว้พอสมควร หากเขายินดีจะทุ่มหมดหน้าตัก เขาก็กลายเป็นเทพเจ้าแห่งการวาดภาพได้ทันทีเลยด้วยซ้ำ!
เพียงแต่หลินจือไป๋รู้สึกว่ามันเป็นแค่การผ่านด่านเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตนัก เขาจึงเลือกวาดภาพกุ้งน้ำหมึกออกมาอย่างเงียบๆ
หากรู้ล่วงหน้าว่าจะมีปัญญาชนมากมายออกมาต้อนรับเช่นนี้ เมื่อครู่หลินจือไป๋อาจจะพิจารณาทุ่มหมดหน้าตักจริงๆ ก็ได้
ถ้าเป็นเช่นนั้น ภาพวาดของเขาที่จะสร้างความตกตะลึง คงไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำให้สืออวิ๋นพูดออกมาเพียงประโยคเดียวว่า ‘ฝีมือการวาดของคุณหลินน้อยไม่ด้อยไปกว่าผม’ แน่นอน
และหากมองภาพวาดแผ่นนี้จากมุมมองของเทพเจ้าแห่งการวาดภาพ…
หลินจือไป๋คงต้องให้คำประเมินกับตัวเองสักประโยคว่า ‘ฝีมือดาษดื่นเหมือนระดับปรมาจารย์’ อะไรทำนองนั้น
เป็นอันว่า
ท่ามกลางคำขอบคุณของซ่งซิ่งเหลียง หลินจือไป๋และกลุ่มปัญญาชนชาวฉีโจวเหล่า