็นเพียงการตวัดพู่กันไม่กี่ครั้ง
แต่พอพิจารณาดูอย่างละเอียดกลับพบว่า ท่วงท่าที่แตกต่างกันของกุ้งเหล่านี้ กลับมีจิตวิญญาณแฝงอยู่ทุกตัว
หากจะกล่าวให้ดูลึกลับหน่อยก็คือหลินจือไป๋ราวกับมอบชีวิตจิตวิญญาณให้กับกุ้ง ทำให้พวกมันปรากฏกายออกมาในอีกรูปแบบหนึ่งบนภาพวาด
ซึ่งจริงๆ แล้วนี่คือจุดเด่นในการวาดกุ้งของฉีไป๋สือนั่นเอง
กุ้งภายใต้ปลายพู่กันของฉีไป๋สือ ทั้งท่วงท่าและการจัดวางองค์ประกอบโดยรวม จะนำไปสู่การสร้างสรรค์จินตนาการอีกครั้ง ทำให้คนนึกโยงไปถึงท่วงท่าของกุ้งที่อยู่ในน้ำ
ทว่าจิตวิญญาณเช่นนี้เลียนแบบได้ยากยิ่งนัก มิเช่นนั้น ‘กุ้งของฉีไป๋สือ’ คงไม่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในวงการวาดภาพเช่นนี้
แต่ในวินาทีนี้ ‘กุ้งของฉีไป๋สือ’ กลับถูกหลินจือไป๋เลียนแบบออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะยังไงเขาก็มีความสามารถด้านการวาดภาพระดับปรมาจารย์อยู่กับตัว…
ดังนั้น
ซ่งซิ่งเหลียงยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกอัศจรรย์ใจ ยิ่งพิจารณาชื่นชมลึกลงไปก็ยิ่งรู้สึกถึงความประณีตล้ำลึก ดวงตาคู่หนึ่งค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ!
และในขณะที่ซ่งซิ่งเหลียงส่งเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจ เหล่าปัญญาชนที่รีบเดินทางมาจากเรือนธรรมชาติเพื่อต้อนรับหลินจือไป๋ก็สังเกต