เห็นภาพวาดกุ้งน้ำหมึกในมือของเขาได้ทันที
“นี่คือฝีมือการวาดของคุณหลินเหรอ?”
สืออวิ๋น ปรมาจารย์ด้านการวาดภาพเพียงหนึ่งเดียวของฉีโจวที่อยู่ในที่แห่งนั้น เดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างกายซ่งซิ่งเหลียง หลังจากมองดูอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงที่ผิดแผกไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่แล้วครับ”
เจียงโส่วรั่งยิ้ม “ผมเห็นคุณหลินวาดออกมากับตาตัวเองเลย ดูเหมือนจะเข้าท่าดีเหมือนกันนะครับ”
“เข้าท่าดี?”
ซ่งซิ่งเหลียงเหลือบมองเจียงโส่วรั่ง “ถ้าภาพนี้เรียกว่าแค่เข้าท่าดีล่ะก็ ภาพวาดของฉันก็คงใช้คำว่าขยะมาอธิบายได้เพียงคำเดียวแล้วล่ะ”
“หา?”
เจียงโส่วรั่งอึ้งไป เขาเข้าใจดีว่าแม้ซ่งซิ่งเหลียงจะเป็นคนนิสัยพึ่งพาไม่ค่อยได้ แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแวดวงการวาดภาพ อีกฝ่ายกลับมีความมั่นใจหรือกระทั่งทระนงในตนเองสูงมาก
ภาพวาดของหลินจือไป๋จะต้องดีขนาดไหนกัน ถึงขั้นทำให้ซ่งซิ่งเหลียงพูดคำนี้ออกมาได้?
เหล่าปัญญาชนคนอื่นๆ ที่ไม่เข้าใจทักษะการวาดภาพต่างก็อึ้งไปตามๆ กันเช่นกัน ภาพวาดของหลินจือไป๋ดีขนาดนั้นเชียวหรือ?
ท่ามกลางความคิดต่างๆ นานา ทุกคนต่างพากันมองไปที่ภาพวาดของหลินจือไป๋
ทันทีที่มอง
ในที่สุดก็มีคน