านมหาเศรษฐีเหรอ?’
ซั่งจื้อหรงอยากจะถามหลินจือไป๋ตรงๆ แต่คำพูดก็ติดอยู่ที่ริมฝีปาก
ซ่งซิ่งเหลียงเหลือบมองหลินจือไป๋ทีหนึ่งแล้วถามเจ้าหน้าที่ “ยังมีโจทย์อีกไหมครับ?”
เจ้าหน้าที่ยิ้มให้ “พวกคุณผ่านเกณฑ์แล้ว ข้ามแม่น้ำไปได้เลยครับ แต่ถ้ายังอยากจะตอบต่อ ผมยังมีโจทย์สุดท้ายอยู่อีกข้อ เป็นโจทย์ที่ผู้เฒ่าหูเหวยเป็นคนออกเองกับมือครับ”
โจทย์ที่ผู้เฒ่าหูเหวยออกเองเหรอ?
อีกฝ่ายคือเสาหลักแห่งวงการวรรณกรรมฉีโจวเชียวนะ!
ซ่งซิ่งเหลียงเริ่มเกิดความสนใจทันที ซั่งจื้อหรงเองก็ดวงตาเป็นประกาย ส่วนเจียงโส่วรั่งยิ่งอดใจไม่ไหวรีบบอกว่า
“รีบอ่านมาเลย!”
“ไม่มีให้อ่านครับ”
เจ้าหน้าที่หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา “พวกคุณดูกันเอาเองเถอะครับ”
สามทหารเสืออึ้งไปเล็กน้อย รีบรับกระดาษสีขาวมาดู แล้วก็เกิดความสงสัยขึ้นมาเต็มหัว
เจียงโส่วรั่งเอ่ย “ไม่มีตัวอักษรเลย”
ซ่งซิ่งเหลียงเอ่ย “กระดาษขาวสะอาดแผ่นหนึ่งชัดๆ”
ซั่งจื้อหรงเอ่ย “น่าจะผิดพลาดที่ไหนสักแห่งแล้วล่ะ”
หลินจือไป๋รับกระดาษสีขาวมาดูด้วยเช่นกัน และก็เป็นอย่างที่ทั้งสามคนพูดจริงๆ ขาวสะอาดไม่มีตัวอักษรแม้แต่ตัวเดียว
เขาเริ่มครุ่นคิด
จู่ๆ หลินจือไป๋ก็นำกระดาษสีขาวไปโชว์หน้ากล้อง แล้วเอ่ยยิ้มๆ ว่า “เพื่อนๆ ผู้ชมในห้องไลฟ์สดมีใครบอกได้บ้างไหมครับว่าโจทย์ข้อนี้ควรจะแก้ยังไง?”
‘อย่ามาล้อเล่นน่า’
‘ไม่มีโจทย์แล้วจะมีคำตอบได้ยังไง’
‘ท่านมหาเศรษฐีเริ่มซนอีกแล้ว’
‘ฮ่าๆ นี่มันต