กนางส่ายหน้าเป็นพัลวัน “ไม่เจ้าค่ะ!”
“ท่านแม่ ทำไมท่านพูดถึงเรื่องแยกเรือนล่ะเจ้าคะ? ตกลงกันแล้วนี่นาว่ารอจนพวกข้าเก็บเงินได้แล้ว ค่อยแยกตัวออกไปปลูกเรือนหลังใหม่อยู่ใกล้ ๆ กัน แค่แยกกันอยู่แต่ไม่แยกบ้าน”
“ใช่ ๆๆ คู่ไหนมีความสามารถก็แยกไปอยู่กันตามลำพัง ไม่ได้แยกเรือนกันจริง ๆ เสียหน่อย?”
“ต่อให้ท่านพ่อท่านแม่ชราแล้ว พวกข้าก็จะช่วยกันดูแลเองเจ้าค่ะ”
……
แม้ว่าพวกนางจะไม่เคยถกกันเรื่องช่วยกันเลี้ยงดูพ่อแม่สามีผู้ชราอย่างจริงจังมาก่อน แต่ในใจก็ได้ใคร่ครวญไว้แล้ว
เมื่อพ่อแม่สามีอายุมากแล้ว ย่อมเป็นหน้าที่ของพวกนางที่จะไปดูแล
ส่วนว่าใครออกเท่าไหร่ ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกที
เย่อวี๋หรานไม่ได้พูดอะไร เพียงฟังพวกนางพูดกันอยู่ตรงนั้น
พูดไปได้พอสมควรแล้วค่อยเอ่ยขึ้นเนิบช้า “ต่อไปข้าไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก พวกเจ้าเข้าใจไหม?”
พวกนางพยักหน้ารับทันที “เข้าใจเจ้าค่ะ ท่านแม่”
“พวกเจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องสูตรทำอาหาร เรื่องสูตรชาดคราวก่อนเป็นเหตุสุดวิสัย ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ผู้ใดจะเอาสูตรไปขายง่าย ๆ?” เย่อวี๋หรานบอกความคิดของตนเองออกมา “ข้าได้รับบทเรียนจากเรื่องคราวก่อนแล้ว ไม่ได้ไปเจรจาการค้ากับอีกฝ่ายด้วยตนเอง แต่ยกให้พี่เป้าไปจัดการ”
“หา ท่านแม่ ท่านให้พี่เป้าไปจัดการหรือเจ้าคะ?” หลิวซื่อประหลาดใจ “แต่สูตรเป็นของครอบครัวพวกเรานี่นา?”
เย่อวี๋หรานตอบว่า “สูตรเป็นของพวกเราจริง ๆ แต่การค้านี้เป็นความร