ุกมื้อแล้ว คนเราจะมากน้อยก็อดจะหลงระเริงไปไม่ได้
“นับแต่โบราณมา ในบรรดาอาชีพต่าง ๆ พ่อค้าจัดเป็นอาชีพของชนชั้นต่ำ เป็นคนที่มีฐานะต่ำต้อยที่สุดในสังคม” เย่อวี๋หรานกล่าวต่อไป “ถ้าพวกเจ้าอยากให้ลูกของพวกเจ้า ไม่สิ เป็นชั่วลูกชั่วหลานของพวกเจ้าต่างหาก ถ้าพวกเจ้าอยากให้พวกเขาเป็นได้แค่นี้ ข้าก็ไม่ถือสาถ้าจะแยกเรือนกันเสียตั้งแต่ตอนนี้ แล้วแบ่งสูตรทำอาหารให้บรรดาลูกชายของข้าหรือก็คือสามีของพวกเจ้าเป็นมรดกตกทอดไปทั้งอย่างนี้”
ลมหายใจของลูกสะใภ้ทั้งสี่เปลี่ยนเป็นกระชั้นขึ้นมา
“พวกเจ้าอยากแยกเรือนหรือไม่?”
คนทั้งสี่ย่อมไม่กล้าตอบรับ ต่อให้พวกนางโง่งมกว่านี้ก็ทราบว่ากฎเกณฑ์ของราชสำนักไม่ใช่สิ่งที่พวกนางจะไปต่อต้านได้
เป็นคนชั้นต่ำสุดในสังคมเช่นใดก็เป็นอยู่เช่นนั้น จะพยายามไปอีกกี่รุ่นก็ไม่แน่ว่าจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้
นี่คือสาเหตุว่าทำไมชาวนาอย่างพวกเขาถ้าไม่ถึงที่สุดแล้วจริง ๆ ก็จะไม่ผันตัวไปเป็นพ่อค้าโดยเด็ดขาด
ขณะที่ครอบครัวชาวนาทั่วไปคงไม่มีใครคิดถึงเรื่องที่จะให้สตรีในเรือนออกหน้าไปทำการค้า จะอย่างไรการไปเปิดเผยหน้าตาในที่สาธารณะเช่นนั้นก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องเสื่อมเสียอย่างหนึ่ง
หากบ้านสามีเข้มงวดสักหน่อย มาทำแบบพวกนางก็อาจถูกขับออกจากเรือนเลยทีเดียว
มีเพียงแม่สามีของพวกนางที่เคยเป็นสาวใช้ในบ้านสกุลใหญ่ เคยเห็นโลกกว้างมาก่อน มีวิสัยทัศน์ยาวไกลกว่าคนทั่วไป จึงไม่ได้ตีกรอบพวกนางเช่นนั้น
พว