มออกแรงสะบัดข้อมือ
“งั้นผมจัดการเองครับ”
ยังไงนี่ก็เป็นหนังที่บริษัทตัวเองลงทุน
หลินจือไป๋ต้องการให้บริษัทร่วมทุนเสินฮวาคุนเผิงสร้างผลงานที่โดดเด่น จึงต้องใส่ใจให้มากหน่อย
การช่วยทำเพลงประกอบสักเพลงสองเพลงไม่ใช่เรื่องยาก
ส่วนเรื่องที่ว่าจะใช้เพลงอะไร?
หลินจือไป๋รู้สึกว่าสามารถแต่งโดยอิงจากตัวละครของหยางอี้
ตัวประกอบชายที่รักมั่นมักโกยคะแนนความสงสารจากผู้ชมได้เสมอ เขาแค่ต้องทำให้ทุกคนรู้สึกสงสารมากขึ้นไปอีก
ทางที่ดีที่สุดคือทำให้คนที่ดูหนังเรื่องนี้จดจำนักแสดงที่รับบทพระรองคนนี้ได้ขึ้นใจใช่ไหม?
‘จะแต่งเพลงอีกแล้วเหรอ?’
‘คราวนี้จะเป็นเพลงอะไรนะ?’
‘หนังเรื่องนั้นเหมือนจะเป็นหนังวัยรุ่นนะ’
ผู้ชมเริ่มสนใจ คอมเมนต์สดหนาแน่นขึ้นอย่างชัดเจน หลินจือไป๋เอ่ยว่า
“โดยทั่วไปหนังวัยรุ่นมักจะมีองค์ประกอบอะไรบ้างครับ?”
อู๋เสวียนตอบด้วยรอยยิ้ม
“ที่ฉันจำได้ ละครหรือหนังแนวนี้นักจะมีฉากที่ตัวเอกเดินตากฝนด้วยความสิ้นหวังค่ะ…”
ฝน?
หลินจือไป๋นึกถึงเพลงหนึ่งขึ้นมาได้ เพลงนั้นเข้ากันกับเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
หลินจือไป๋รู้สึกว่าสามารถนำมาใส่ในภาพยนตร์ได้
เมื่อเป็นเช่นนี้
ช่วงบ่ายก็จัดการเพลงนี้ให้เสร็จเลยแล้วกัน
ในช่วงบ่ายหลินจือไป๋จัดการเพลงเสร็จจริงๆ แต่กลับไม่ได้ร้องให้ผู้ชมฟังเหมือนก่อนหน้านี้ เขาอยากเก็บความลับไว้ให้ลุ้น
ด้วยเหตุนี้
หลินจือไป๋จึงไม่ให้ช่างภาพถ่ายตอนที่เขากำลังอัดเพลง