ห้ค่าตอบแทนสูงกว่ารอเขาอยู่เต็มไปหมด
ส่วนเรื่องที่ผู้บริหารของเสินฮวาคุนเผิงจะมาเยี่ยมกองถ่ายน่ะเหรอ?
หยางอี้ไม่ได้สนใจจะออกไปต้อนรับเลยสักนิด
ผู้จัดการส่วนตัวเอ่ยอย่างจนใจ “ท่านตัวแทนจากเสินฮวาคุนเผิงก็เป็นศิลปินเหมือนกันนะครับ
หลินจือไป๋จากรายการ ‘เยือนเขาหลีซาน’ ไงตอนนี้เขากำลังไลฟ์สดอยู่ด้วย
ออกไปปรากฏตัวหน่อยก็ไม่เสียหายนี่นาแค่ไปทักทายตามมารยาทไม่กี่คำก็พอ”
“เยือนเขาหลีซาน? หลินจือไป๋?”
หยางอี้ชะงักเขาพอจะรู้จักหลินจือไป๋อยู่บ้าง
อีกฝ่ายดังกว่าเขาตั้งหลายเท่าในรายการ ‘เยือนเขาหลีซาน’ แม้แต่สี่จตุรเทพยังเคยโดนเขารังแกมาแล้วเลย!
คิดได้ดังนั้นหยางอี้ก็รีบลงจากรถทันทีเตรียมจะเข้าไปทักทาย
แต่หลินจือไป๋เยี่ยมกองถ่ายเสร็จสิ้นนั่งรถจากไปแล้ว
อู๋เสวียนที่กำลังขับรถอยู่หาเรื่องชวนคุย “เจ้านายรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้เป็นยังไงบ้างคะ?”
“งั้นๆ แหละ”
หลินจือไป๋เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
อู๋เสวียนกระแอมทีหนึ่ง
ท่านตัวแทนลืมไปแล้วเหรอว่ากำลังไลฟ์อยู่?
มีที่ไหนกันมาบอกในไลฟ์ว่าหนังที่บริษัทตัวเองลงทุนก็แค่งั้นๆ?
หลินจือไป๋ยังคงวิจารณ์ต่อไปอย่างสบายอารมณ์
“บอกว่างั้นๆ หมายถึงบทหนังแต่ชวีเจ๋อคนนั้นน่ะแสดงได้ไม่เลวเลย
เห็นแก่การแสดงของเขาเมื่อกี้ยังไงผมก็ต้องแต่งเพลงให้ตัวละครตัวนั้นของเขาให้ได้
แล้วก็วิธีการจัดการกับตอนจบของบทหนังผมไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่”
‘นี่คุณแซะจริงจังเลยเหรอเนี่ย!’
อู๋เสวียนยิ้มเจื่อน
“ง