ไว้อย่างชัดเจนครับ”
“แต่บริษัทของผมกำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฉีโจวอย่างเต็มที่ ถ้าทุกอย่างราบรื่น ผลงานที่ผมเคยปล่อยในฉินโจวเหล่านั้น อนาคตก็จะสามารถนำเข้ามาในฉีโจวได้ครับ”
หากนำเข้ามาได้สำเร็จละก็…
เหล่าแฟนคลับชาวฉีโจวของหลินจือไป๋ก็ไม่ต้องไปหาไฟล์เพลงตามตลาดมืดในอินเทอร์เน็ต เพื่อทำความรู้จักกับผลงานเก่าๆ ที่เขาเคยปล่อยในฉินโจวอีกแล้ว
คอมเมนต์สดถามว่า ‘จะนำเข้ามาได้เมื่อไหร่เหรอ?’
หลินจือไป๋ตอบ “เรื่องจะนำเข้ามาได้เมื่อไหร่ยังบอกไม่ได้ครับ ผมเองก็ไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนให้ทุกคนได้”
“ถ้าโชคดีหน่อยก็รอให้ผมกลายเป็นดาราแถวหนึ่งของฉีโจวก่อน หรือถ้าโชคร้ายหน่อยก็คงต้องรอจนกว่าผมจะไปถึงระดับซูเปอร์สตาร์ของฉีโจวครับ ส่วนตอนนี้พวกเรามาทำดนตรีประกอบของเพลงที่จะปล่อยในฉีโจวให้เสร็จกันก่อน”
พูดพลาง หลินจือไป๋ก็ง่วนอยู่ในห้องซ้อมดนตรี
ที่นี่มีเครื่องดนตรีครบครัน ในคอมพิวเตอร์ก็มีซอฟต์แวร์สำหรับเรียบเรียงดนตรีครบชุด
ถึงแม้ผู้ชมจะดูสิ่งที่หลินจือไป๋ทำไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อเลย
เพราะหลินจือไป๋จะคอยเปิดฟังเสียงดนตรีที่เขาทําเป็นระยะๆ ทำให้ผู้ชมได้เห็นภาพของนักดนตรีคนหนึ่งที่กำลังตั้งใจทำงานอย่างตั้งใจ
ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ท้องฟ้าก็ค่อยๆ มืดลง
ในบริษัทไม่มีคนเหลืออยู่แล้ว พนักงานทุกคนต่างพากันเลิกงานกลับบ้านไปหมด
เหลือเพียงเลขาอูเสวียนที่ยังอยู่ข้างนอกเพื่ออยู่เป็น