สถานีโทรทัศน์เสินฮวาเข้าอีกแล้วครับ”
“อ้อ? ทำได้ไม่เลวเลยครับ”
นี่คือสิ่งที่หลินจือไป๋ทำมาตลอดก่อนจะออกจากฉินโจว ตอนนี้หลินจือไป๋มาอยู่ที่ฉีโจวแล้ว แต่เจียงเฉิงยังคงทำเรื่องพวกนี้แทนเขาต่อไปอยู่ที่ฉินโจว
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า หลังจากสถานีโทรทัศน์ของลุงสามโดนถล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะถูกคุนเผิงบีบจนต้องไปฟ้องปู่หรือเปล่า
เพราะยังไงตอนนี้หลายคนก็รู้แล้วว่าหลินจือไป๋ที่เป็นถึงหลานจักรพรรดิแห่งเสินฮวามีหุ้นอยู่ในคุนเผิง เพียงแต่คนภายนอกไม่รู้สัดส่วนที่แน่นอน แม้แต่ปู่เองก็ยังไม่รู้
และการที่คุนเผิงมุ่งเป้าโจมตีสถานีโทรทัศน์เสินฮวาซ้ำขนาดนี้ ก็ยากที่จะไม่ทำให้คนคิดไปว่าเบื้องหลังเรื่องนี้มีการชี้นำจากหลินจือไป๋หรือเปล่า
“ถึงจะบอกว่าสถานีโทรทัศน์เสินฮวาเป็นอูฐผอมที่ยังใหญ่กว่าม้า ไม่พังลงเพียงเพราะพวกเราโจมตีเป็นครั้งคราว แต่รสชาติการโดนมีดที่ค่อยๆ เฉือนเนื้อนี้ไม่สนุกเลยละครับ ลุงสามของเจ้านายเลยอยากขอนัดเจอผมกับซูฉานสัปดาห์หน้าเพื่อคุยเรื่องยุติศึกครั้งนี้ครับ”
เว้นครู่หนึ่งเจียงเฉิงก็ถามว่า “เจ้านายมีความเห็นยังไงครับ?”
หลินจือไป๋เอ่ย “ทำงานตามที่ผมสั่งต่อไป”
ตอบแทนความแค้นด้วยความยุติธรรม ตอบแทนคุณธรรมด้วยคุณธรรม เขาจะไม่ใจอ่อนเด็ดขาด
“รับทราบครับ”
เจียงเฉิงรู้ว่าเจ้านายไม่มีความคิดที่จะยกโทษให้ครอบครัวลุงสาม ในเมื่อเป็นแบบนี้เขาก็ไม่ต้องเกรงใจอะไรอีก ส่วนซูฉานเองแน่นอนว่าต้องเดินตามมติของ