แน่นอน ต่อให้เย่อิ๋งจะมีความรู้สึกดีๆ ให้เขา หลินจื้อไป๋ก็ไม่ได้แปลกใจ เพราะตั้งแต่ประถม เขาก็ได้รับจดหมายรักและถูกเด็กสาวสารภาพรักอยู่ทุกวันจนชินชาไปแล้ว
จะว่าไป ถ้าตอนนั้นสมองไม่ได้รับบาดเจ็บจนต้องกลายเป็นคนเก็บตัวเงียบอยู่ตั้งหลายปี บางทีตอนนี้ตนคงจะมีแฟนไปแล้วล่ะมั้ง?
เพราะก่อนที่เขาจะบาดเจ็บ ไม่ใช่คนประเภทที่จะอยู่ในระเบียบวินัยเลย กลับกันเทพดาราร้อยลักษณ์ใน ‘King of Mask Singer’ ต่างหากที่เหมือนตัวตนจริงๆ ของเขาในอดีตมากกว่า
และหลังจากอาการบาดเจ็บหายดี หลินจื้อไป๋ก็เอาแต่อยู่กับการสร้างตัว คิดวางแผนว่าจะล้างแค้นยังไง จนไม่มีกะจิตกะใจไปสนใจเรื่องรัก และแน่นอนว่าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นด้วย
กระทั่งตอนนี้ หลินจื้อไป๋สามารถกดดันครอบครัวบรรดาลุงๆ ได้แล้ว แม้จะยังทำลายพวกเขาไม่ได้ทั้งหมด แต่ในที่สุดเขาก็เริ่มหายใจได้ทั่วท้องขึ้นบ้าง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มาเข้าร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ หรือรายการวาไรตี้นี้เพื่อหาประสบการณ์ชีวิตหรอก
‘หรือบางทีควรลองมีความรักสักครั้งดีนะ?’
ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวของหลินจื้อไป๋ในวินาทีนี้ เขาหันไปมองเย่อิ๋ง ก็กลับพบว่าอีกฝ่ายก็กำลังแอบมองเขาอยู่เหมือนกัน
เมื่อสังเกตเห็นสายตาของเขา เย่อิ๋งก็ทำท่าเหมือนกวางน้อยตื่นตกใจ รีบหันหน้าหนี แสร้งทำเป็นคุยกับฉู่ฉู่ทันที
มุมปากของหลินจื้อไป๋ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย จู่ๆ ก็คล้ายบางอย่างดลใจ เขาหันไปมองฉีเจียนเจียอีก