นไม่ได้ตั้งความหวังมากนัก บอกสาวใช้คีบเนื้อมาให้ลองชิมรสชาติ
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นน้ำใจของลูกชาย เขาคงไม่อาจลองชิมก็ยังไม่ชิม ไม่ไว้หน้าลูกชายตัวเองเลยกระมัง?
เมื่อสาวใช้คีบเนื้อ ของเหลวมันวาวพลันซึมออกมายังสองฝั่งตะเกียบ กลิ่นหอมนั้นคล้ายจะเข้มข้นกว่าเดิม
นายท่านผู้เฒ่าซุนครุ่นคิด ดูแล้วเหมือนจะเข้าเนื้อดีทีเดียว!
ของสิ่งนี้นุ่มร่วนกว่าที่คิด สาวใช้เพิ่งคีบขึ้นมาได้ เนื้อกลับเละคาตะเกียบและทำท่าว่าจะร่วงลงมา
สาวใช้สะดุ้งตกใจ รีบใช้ช้อนตักน้ำแกงไปรองรับ แม้จะรับเอาไว้ได้ แต่นางก็ยังพูดว่า “บ่าวสมควรตาย!”
สายตาขลาดกลัวมองไปทางนายท่านผู้เฒ่าซุน จบกัน จบกัน จะถูกลงโทษแล้ว!
ผู้ใดจะไปคิดว่าเนื้อนี่จะร่วนถึงเพียงนี้
นายท่านผู้เฒ่าซุนอึ้งไปเช่นกัน เขาไม่ได้ตำหนิสาวใช้ผู้นั้น เพียงโบกมือเบา ๆ ให้นางถอยออกไป
เขาลงมือกินเอง หยิบช้อนที่สาวใช้ผู้นั้นวางเอาไว้ขึ้นมาส่งเข้าปาก
เดิมทีคิดเพียงว่าเป็นการปฏิบัติภารกิจอย่างหนึ่ง มิคาดว่าพอเนื้ออ่อนนุ่มชิ้นนั้นเข้าปาก ฟันของเขากัดลงไป น้ำแกงก็ทะลักออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมของเนื้อหมูอันมีเอกลักษณ์ แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากในทันใด
คราวนี้นายท่านผู้เฒ่าซุนอึ้งจริง ๆ แล้ว นี่มันอะไรกัน?!
เขาเคี้ยวอย่างเชื่องช้า ดื่มด่ำกับรสชาตินั้นด้วยความตื่นเต้นระคนยินดี ยิ่งได้ลิ้มลองก็ยิ่งลุ่มหลง
สวรรค์ นี่คืออะไรกันแน่?!
มีของอร่อยปานนี้อยู่บนโลกด้วยหรือ?!
ซุนโส่วสัมผัสได้ถึงค