“เอิ๊ก!”
“อา!”
“อิ่มจัง!”
“กินซะหนำใจเลย!”
“ทุกคนชน! เนื้อแกะแกล้มเบียร์เย็นฉ่ำนี่มันชื่นใจจริงๆ!”
โต๊ะจีนแกะมื้อนี้ถูกแขกรับเชิญทั้งสิบหกคนกวาดเรียบ เศษถ้วยโถโอชามระเกะระกะ ทุกคนดื่มเบียร์แช่เย็นที่เพิ่งซื้อมาสำราญใจราวกับได้ขึ้นสวรรค์
แม้แต่พวกเออิจิโร่ที่ไม่ค่อยชอบหน้า หลินจือไป๋ ก็ยังดื่มจนตาปรือไม่รู้ทิศเหนือใต้ บรรยากาศครึกครื้นสนุกสนานถึงขีดสุด
แขกรับเชิญบางคนพออิ่มหมีพีมัน ก็ถึงกับลุกขึ้นเต้นร้องเพลงกันอย่างเริงร่า
“อย่ามองว่าฉันเป็นแค่แกะตัวหนึ่ง!”
เย่อิงชอบร้องเพลงนี้มาก ตะโกนแข่งท่ามกลางเสียงอึกทึกว่า “ความฉลาดของแกะนั้นเกินจินตนาการ… ต่อไปร้องว่าอะไรนะ?”
“เพลงนี้ไม่เป็นมงคลเลย เจ้าเฟยหยางหยางไปอยู่ในท้องคุณแล้วนะ”
หลินจือไป๋ ตะโกนตอบกลับไปว่า “ผมแต่งเพลงที่เหมาะกับคุณมากกว่านี้ไว้ให้แล้ว”
“เพลงอะไรเหรอ?”
หัวใจของเย่อิงเต้นวูบ ใบหน้าแดงระเรื่อ ประหม่าที่จะสบตากับ หลินจือไป๋ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตั้งตารอ
“คุณลองฟังดู” หลินจือไป๋ สีหน้าจริงจังมาก ถึงขั้นที่ดูมีอารมณ์ลึกซึ้ง จนกระทั่งอีกฝ่ายเริ่มทำตัวไม่ถูก เบือนหน้าหนี
จู่ๆ เขาก็เลียนเสียงของเย่อิง ร้องด้วยน้ำเสียงแปลกๆ ที่ดูแบ๊วว่า “ในที่สุดก็ถึงเวลาหม่ำ นักกินพุ่งนำไปก่อนใคร เห็นข้าวแล้วไม่สนใจใช่คนหรือไง ท้องอิ่มสิถึงมีแรง เถ้าแก่จ๋า ยังไม่อิ่มเลย ขอเพิ่มอีกกะละมัง!”
โครม!
เย่อิงแทบจะล้มคะมำ เส้นดำพาดเต็มหน้าผาก!
หานเยว่ช่