เขาเพิ่งแต่งเองแน่ๆ”
หลินจือไป๋ ร้องต่อ “อย่ามองว่าฉันเป็นแค่แกะตัวหนึ่ง ความฉลาดของแกะนะเกินจินตนาการ ฟ้าจะสูงแค่ไหน หัวใจก็ยังโลดแล่นออกวิ่งไล่ตามดวงอาทิตย์ทุกวัน”
“แต่งต่อเลย” เย่อิงมอง หลินจือไป๋ พลางพึมพำ
หลินจือไป๋ รู้สึกสนุกดี ยิ้มแล้วร้องว่า
“ต่อให้มีปัญหาอะไรมาเหนี่ยวรัง ฉันจะไม่เสียใจ ต่อให้มีอันตรายใดอยู่ตรงหน้า ฉันจะไม่ลนลาน ต่อให้ฝูงหมาป่าไลตะครุบ ฉันจะถือเป็นเกมสักตา ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ชอบมีความสุข รอยยิ้มคลี่สยายโบยบิน ต่อให้ล้มลงก็ลุกขึ้นยืนได้ใหม่ ไม่มีวันย่อท้อ หมดหวัง มีพลังทำให้ผู้คนหัวเราะ ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นเช่นไร… ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นแค่แกะ”
หยุดไปครู่หนึ่ง หลินจือไป๋ ผายมือ
เย่อิงเอ่ยอย่างประหลาดใจ “เพลงนี้คุณคิดเองสดๆ เลยจริงเหรอ!?”
ถึงจะเป็นแค่รูปแบบเพลงเด็ก เนื้อร้องทำนองอะไรเรียบง่ายมาก แต่การจะแต่งสดตรงนี้กลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ไม่สำคัญหรอก” หลินจือไป๋ ขยิบตา ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ
ขณะที่ฟังเพลง ผู้ชมก็พากันวิเคราะห์ ‘แต่งสดแน่เลยใช่ไหม!’
‘จะบังเอิญขนาดนั้นได้ไง พวกเย่อิงกำลังเก็บขี้แกะอยู่ ท่านมหาเศรษฐีก็ดันมีเพลงเกี่ยวกับแกะที่เขียนไว้ยังไม่ได้ปล่อยพอดีเนี่ยนะ?’
‘โอกาสที่จะแต่งสดมีสูงมากเลยนะ!’
‘ฉันรู้สึกว่ามันเพราะดีซะงั้น!’
‘ฉันก็อยากพูดเหมือนกัน เพราะดีนะ ทำนองติดหูมากเลย ตอนเที่ยงแต่งเพลงให้ฉีเจียนเจีย ตอนเย็นมาแต่งเพลงให้แกะอีกสินะ?’
‘ฮ่าๆๆๆ ขำจะต