งใด เพราะการเช่าที่ดินมาทำสวนเองฟังดูเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวมากทีเดียว
หลังจากตกลงเรื่องนี้กันแล้ว หวงถิงก็เอ่ยต่อว่า “ยังมีอีกเรื่องที่ต้องแจ้งให้ทุกคนทราบครับ นั่นคือเกมที่สองของเราได้กำหนดออกมาแล้ว ครั้งนี้เกมมีชื่อว่า ‘ฉันคือเทพเจ้าแห่งเสียงเพลง’”
“แบ่งเป็นสี่กลุ่มคือ แดง เหลือง น้ำเงิน และขาว แต่ละกลุ่มต้องเตรียมการแสดงดนตรีสองชุด กลุ่มที่ทำคะแนนได้เป็นอันดับหนึ่งจะได้รับเหรียญดอกท้อรวมยี่สิบเหรียญ อันดับสองสิบสองเหรียญ อันดับสามแปดเหรียญ และอันดับสี่สี่เหรียญครับ”
“แพ้ไม่หักเงิน?”
“ต่อให้เป็นทีมอันดับสี่ แต่ละคนก็จะได้รับหนึ่งเหรียญดอกท้อครับ แต่ถ้าได้ที่หนึ่ง แต่ละคนจะได้รับถึงห้าเหรียญเลย!”
“เริ่มเกมเมื่อไหร่เหรอ?”
“เริ่มคืนมะรืนครับ พรุ่งนี้ต้องจัดเตรียมเวที ชาวเมืองคนไหนที่ขาดแคลนเงิน สามารถมาช่วยเจ้าหน้าที่ของเราจัดเวทีได้ หลังเสร็จงานจะมีเหรียญดอกท้อให้เป็นค่าตอบแทนครับ”
“ฉัน!”
“ฉัน!”
“ฉันเอง”
หลินจือไป๋ เห็นฉีเจียนเจีย เย่อิง และหลี่เซียว ทั้งสามคนกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เพราะยังไงพวกเธอก็ใกล้จะล้มละลายกันแล้ว พอเห็นโอกาสทำงานจึงอยากจะคว้าไว้ ทำเอาทุกคนต่างกระตือรือร้นกันมาก มีแค่ หลินจือไป๋ คนเดียวที่ดูไม่ค่อยสนใจนัก
เกม ‘ฉันคือเทพเจ้าแห่งเสียงเพลง’ นั้น กลุ่มที่ได้อันดับหนึ่งได้รับเหรียญดอกท้อแค่ยี่สิบเหรียญเอง ซึ่งหมายความว่าเฉลี่ยแล้วได้แค่คนละห้าเหรียญ สำหรับคนอื่นอา