้องมีความอุดมสมบูรณ์มากพอ ส่วนเกณฑ์การตัดสินว่าดินอุดมสมบูรณ์ไหมมีเยอะมากครับ”
“อย่างเช่น?” หวงถิงมอง หลินจือไป๋ ด้วยความประหลาดใจ
วันนี้ หลินจือไป๋ เก็บเห็ดและผักป่าบนเขา พร้อมกับแสดงความรู้ด้านพฤกษศาสตร์อย่างอัดแน่น เรื่องนี้หวงถิงย่อมรู้ดี เพราะเขาเฝ้าติดตามสถานการณ์แต่ละห้องไลฟ์อยู่ตลอด
แต่เขานึกไม่ถึงว่าแม้แต่เรื่องการทำสวน หลินจือไป๋ ก็ยังอธิบายเป็นฉากๆ
“อย่างเช่น ยิ่งดินมีสีเข้มเท่าไหร่ คุณภาพดินก็ยิ่งดีเท่านั้น”
หลินจือไป๋ ส่งสัญญาณให้ตากล้องแพนกล้องเข้ามาใกล้ “หรืออย่างชั้นดินยิ่งลึกและร่วนซุยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี จะทำให้เพาะปลูกได้ง่าย แน่นอนว่าถ้าคุณดูดินไม่เป็น ก็ลองดูพวกพืชพรรณในที่ดินผืนนี้แล้วกันครับ”
หลินจือไป๋ แนะนำต่อ “นี่เรียกว่าหญ้าขนห่าน นั่นเรียกว่าหงโถวเจี้ยง ที่ดินที่มีพวกนี้ขึ้นอยู่ พื้นฐานแล้วสภาพดินไม่แย่แน่นอนครับ”
“เอ่อ…” หวงถิงสีหน้ามึนงง
หลินจือไป๋ ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ถ้าแม้แต่พืชคุณก็ไม่รู้จัก งั้นก็ลองดูว่าในดินมีสิ่งมีชีวิตอะไรบ้างแล้วกัน ดีที่สุดควรมีพวกหอยขม ไส้เดือน หรือปลิง อะไรพวกนี้ ข้างเท้าคุณก็มีรูไส้เดือนอยู่ ไส้เดือนคุณคงรู้จักใช่ไหมครับ…”
นี่นายกำลังดูถูกสติปัญญาของฉันอยู่เหรอ?
หวงถิงรู้สึกว่าศักดิ์ศรีของตัวเองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ดูเหมือน หลินจือไป๋ จะรู้ไปทุกอย่าง จนทำให้ผู้กำกับอย่างตนดูความรู้ตื้นเขินไปเลย