ขึ้นมาอีกแล้ว
“ร้านพวกข้ามีของไม่เยอะ จึงทำให้หลากหลายสักหน่อย ให้ทุกคนได้เลือกซื้ออย่างไรเล่า ข้าไปก่อนนะ ประเดี๋ยวมาอุดหนุนกันด้วย”
ขณะพูดอยู่ เจี่ยงโหย่วเซิงก็แอบนึกกระหยิ่มยิ้มย่อง
ฮิฮิ! หอมใช่ไหม?
อาหารของจูต้าเหนียงต้องยอดเยี่ยมอยู่แล้ว
ดูสิ กลิ่นหอมยั่วยวนพวกเจ้าเสียขนาดนั้น รับรองได้ว่ากินคราวนี้ คราวหน้าก็ยังอยากกินอีก
“ไม่ได้การแล้ว เหล่าหลิว เจ้าช่วยเฝ้าร้านให้ข้าที ข้ายังไม่ได้กินข้าวเช้า ขอไปกินก่อนสักถ้วย” คนหนุ่มผู้หนึ่งอดไม่ไหว ร้องบอกคนข้าง ๆ
คนผู้นั้นได้ยินก็อยากกินเช่นกัน “หา? แต่ข้าก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนกัน…”
“ประเดี๋ยวข้ากินเสร็จแล้วค่อยมาเปลี่ยนกันกับเจ้า”
“แต่…” ถ้าหมดแล้วจะทำอย่างไรเล่า?
ยังพูดไม่จบ อีกฝ่ายก็จากไปไกลแล้ว ‘เหล่าหลิว’ ที่ถูกทิ้งไว้หดหู่ใจยิ่งนัก
เขาได้แต่ภาวนาให้ทุกคนกินอย่างหักห้ามใจบ้าง เหลือไว้ให้เขาสักหน่อย
คนที่หวั่นไหวเหมือนคนหนุ่มผู้นั้นหาได้มีเพียงคนเดียว
หลังจากพ่อค้าซาลาเปาหิ้วอาหารกลับเรือนไปวันนั้น ภรรยาของเขาก็คิดถึงอยู่ไม่วาย ทั้งยังกำชับว่า “ขากลับอย่าลืมซื้อน้ำพริกเนื้อกลับมาด้วย ลูกชายเจ้าวัน ๆ คิดถึงแต่น้ำพริกเนื้อร้านนั้น พอไม่มีก็ไม่ยอมกินข้าว”
“ได้ ข้ารู้แล้ว”
แต่กลับคิดไม่ถึงว่า ก่อนออกจากเรือนยังคิดถึงเรื่องน้ำพริกเนื้ออยู่เลย เมื่อไปถึงร้านกลับพบว่ามีอาหารชนิดใหม่เพิ่มมาด้วย
อาหารใหม่นี้ ข้าต้องซื้อกลับไปด้วยไหมเน