ริงถ้าพวกเขาฉลาดสักหน่อย ก็จะสังเกตว่าปลาเริ่มโดดขึ้นมาเหนือน้ำแล้ว นี่ก็เป็นสัญญาณล่วงหน้าจากธรรมชาติว่าฝนกำลังจะตก”
หลินจือไป๋ เอ่ยกับผู้ชม “แต่ผมรู้สึกว่าพวกเขาสามคนอาจจะไม่ทันสังเกตเห็น เดินไปบอกสักหน่อยดีกว่า หวังว่าจะทันเวลานะ”
ในที่สุด หลินจือไป๋ ก็มาถึงบ่อปลา ทั้งสามยังวุ่นวายกันอยู่ แต่ในถังมีปลาเล็กๆ แค่สองสามตัวเท่านั้น ไม่พอติดซอกฟันด้วยซ้ำ
“นายมาทำอะไรนะ?” เออิจิโร่ถาม
“กลับเถอะ ฝนจะตกแล้ว” หลินจือไป๋ เอ่ย
“พยากรณ์อากาศบอกว่าไม่มีฝนนะ” เย่จวินจี๋ ที่อยู่ข้างๆ สงสัย
“เชื่อผมก็ตามผมมา” ตอนที่ หลินจือไป๋ พูดประโยคนี้ เขาหันไปมองทางหลานเหย
“กลับกันๆ!” หลานเหยเลือกที่จะเชื่อ หลินจือไป๋ แม้จะอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่เขาก็รู้สึกว่าคนคนนี้ดูเก่งมาก
“กลับกันเถอะ” เย่จวินจี๋ ก็ตัดสินใจกลับเช่นกัน
เออิจิโร่พึมพำว่า “ฝนจะตกได้ยังไงกัน จริงๆ เลย” แต่เขาก็ยังคงเดินตามออกไป
ผลลัพธ์ก็คือฉากที่ทุกคนได้เห็น
เมื่อ หลินจือไป๋ พาคนทั้งสามกลับมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก
ถ้าไม่ใช่การคาดการณ์ล่วงหน้าของ หลินจือไป๋ นอกจากเสี่ยงเป็นหวัดมีไข้แล้ว การอยู่บนเขาท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง ก็ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอันตรายอะไรขึ้นบ้าง
‘เริ่มเดือดแล้ว! ฉากนี้ตัดต่อออกมาต้องเจ๋งสุดๆ เลย!’
‘มหาเศรษฐีสุดยอดจริงๆ ไม่มีเขาละแย่แน่!’
‘ถ้ามหาเศรษฐีไม่แจ้งข่าว ป่านนี้พวกเออิจิโร่คงเปียกปอนเป็นไก่ตกน้ำแล้ว ท