ีมงานก็คงต้องส่งคนขึ้นเขาไปรับพวกเขา’
‘มหาเศรษฐีก็เปียกฝนเหมือนกัน จริงๆ เขากลับมาคนเดียวก็ได้ แต่ต้องเสียเวลาเพราะพวกมือใหม่หัดตกปลาสามคนนั้นแหละ’
ฉากนี้เท่มากจริงๆ หลินจือไป๋ ถือว่าได้ช่วยเหลือด้านนักตกปลาทั้งสามคนไว้
ส่วนเออิจิโร่ก็เสียหน้าอย่างหนัก ได้แต่บ่นพึมพำว่าพยากรณ์อากาศไม่ได้บอกว่าฝนจะตก
ผู้ชมฟังแล้วก็รู้สึกรำคาญ หลานเหยรู้สึกโชคดีเป็นพิเศษ ขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“โชคดีที่ หลินจือไป๋ ลากผมกลับมา ไม่อย่างนั้นใครจะคิดว่าวันนี้ฝนจะตก!”
“นั่นสิ” เย่จวินจี๋ ที่อยู่ข้างๆ พยักหน้า จากนั้นก็ถามด้วยความอยากรู้ว่า “คุณรู้ได้ยังไงว่าฝนจะตก?”
“บนเขามีหมอกลงครับ” หลินจือไป๋ ยิ้มแล้วพูดว่า “อีกอย่างพวกคุณไม่สังเกตเหรอว่าปลาในแม่น้ำกระโดดขึ้นมา?”
“เห็นอยู่ครับ แต่นึกว่าพวกมันตกใจเรา” หลานเหยเกาหัวด้วยความเขินเล็กน้อย ส่วนเออิจิโร่ไม่ได้พูดอะไร
และขณะที่กำลังคุยกัน จู่ๆ เสียงของฉีเจียนเจียก็ดังมาจากทางด้านหลัง “หลินจือไป๋”
“หืม?”
“คุณมานั่งตรงนี้นะ ทำร่างกายให้อบอุ่น ไม่อย่างนั้นจะเป็นหวัดได้ ฉันต้มน้ำขิงไว้ให้คุณแล้วค่ะ”
ฉีเจียนเจียตะโกนเรียก หลินจือไป๋ จากในครัว หลินจือไป๋ หันไปมอง ที่แท้ฉีเจียนเจียก่อไฟที่เตาและต้มน้ำขิงไว้แล้ว
“ขอบคุณครับ” หลินจือไป๋ นั่งอยู่หน้าเตา เปลวไฟสะท้อนบนใบหน้า ร่างกายรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
“เฮ้!” หลานเหยรีบทวง “เจียนเจีย คุณต้มน้ำขิงให้แค่ หลินจือไป๋ เหรอ?”
ฉีเ