เขาแยกแยะเห็ดแต่ละชนิดได้ยังไง!’
‘ท่านมหาเศรษฐีเป็นนักพฤกษศาสตร์จริงๆ เหรอ?’
‘เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ก็คงประมาณนี้แหละมั้ง!’
หลินจือไป๋ กล่าว “ถ้าหากเผลอกินเห็ดระโงกหินพิษพวกนี้เข้าไป โดยทั่วไปต้องผ่านไปสองสามวันถึงจะเริ่มรู้สึกไม่สบายตัว อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปทุกส่วนเหมือนเป็นหวัดปกติ”
“คนที่กินเข้าไปจะรอจนถึงสี่ห้าวันจนรู้สึกว่าอาการหวัดหนักขึ้นถึงไปโรงพยาบาล ซึ่งตอนนั้นก็สายเกินไปแล้ว โครงสร้างโมเลกุลของสารพิษในเห็ดระโงกหินพิษเสถียรมาก ใช้หม้ออัดแรงดันต้มนานเป็นสัปดาห์ก็ทำลายสารพิษของมันไม่ได้”
“เพราะฉะนั้นทุกคนต้องลืมตาดูให้ดี ห้ามเก็บเห็ดที่ไม่รู้จักมากินเด็ดขาดนะครับ”
หยุดไปครู่หนึ่ง หลินจือไป๋ ก็เอ่ยว่า “เกือบลืมไปเลยว่าเราออกมาหาของกิน ถึงจะมีเห็ดพิษเยอะมาก แต่ถ้าเทียบตามสัดส่วนแล้ว เห็ดป่าส่วนใหญ่บนเขานี้ก็ยังพอกินได้อยู่ครับ”
พูดไปพลาง หลินจือไป๋ เดินบนเส้นทางให้ความรู้เกี่ยวกับการเก็บผักป่าและเห็ดต่อไป
“ต่อไปพวกเราไปลองหาดูว่าแถวไหนมีเห็ดโคนบ้าง เห็ดชนิดนี้รสสัมผัสเหมือนเนื้อไก่ กลิ่นหอมเป็นพิเศษ เมื่อเช้าตอนผมตกปลากับคุณลุงได้คุยกันนิดหน่อย เขาบอกว่าบนเขามีอยู่ ถ้าโชคดีก็น่าจะหาเจอ”
“แต่ว่าพวกคุณรู้สึกไหมว่า บนเขาเหมือนจะเริ่มมีหมอกลงจางๆ แล้ว?”
หลังจากขมวดคิ้วเล็กน้อย หลินจือไป๋ ก็เอ่ยขึ้นว่า “พวกเราต้องรีบลงเขาแล้วละ ฝนใกล้ตกแล้ว”
‘ดูจากอะไรนะ?’
‘พยากรณ์อากาศเหรอ?’
‘ทำ