วนก็ไม่อยากขุดดินแล้วจริงๆ มันเหนื่อยเกินไปแล้ว
“ได้ครับ”
หวงถิงไม่เชื่อว่าสามคนนี้จะตกปลาได้เยอะเหมือน หลินจือไป๋ ดังนั้นจึงไม่กังวลเลยสักนิด
“ต่อไปทุกคนมาก่อไฟทำอาหารกันเถอะครับ เที่ยงแล้วต้องทำอาหารแล้ว”
วันนี้ต้องก่อไฟทำอาหารกันในหมู่บ้าน
ทีมงานจัดเตาดินขนาดใหญ่ไว้ให้สองเตา เป็นแบบที่ต้องใช้ฟืนก่อไฟเอง
และยังมีหม้อหุงข้าวไฟฟ้าอีกใบ
“เชฟใหญ่วันนี้คุณมาโชว์ฝีมือให้พวกเราดูหน่อยสิ”
ทุกคนหิวไส้กิ่วกันแล้ว
โดยเฉพาะเย่อิงที่จ้องมอง หลินจือไป๋ ด้วยดวงตาเป็นประกาย
เธอรู้ซึ้งดีว่าฝีมือทำอาหารของหมอนี่สุดยอดแค่ไหน
“เอาแบบนี้ คนละสองเหรียญดอกท้อครับ!”
หลินจือไป๋ เอ่ย “พวกคุณจัดการเตรียมวัตถุดิบ ผมจะลงมือปรุงเอง”
หลังจากทำอาหารเป็น หลินจือไป๋ ก็เข้าใจสัจธรรมอย่างหนึ่งว่า
ที่แท้สิ่งที่เหนื่อยที่สุดในการเข้าครัวไม่ใช่การปรุงอาหาร
สิ่งที่เหนื่อยที่สุดหรือยุ่งยากที่สุดจริงๆ คือการเตรียมวัตถุดิบ
อย่างเช่นการจัดการกับปลาต้องขูดเกล็ดควักไส้ ซึ่งทำให้มือเหม็นคาวอย่างแน่นอน
หรืออย่างการหั่นเนื้อ ถ้าอยากหั่นให้บางและสม่ำเสมอก็ต้องใช้สมาธิอย่างมาก
“หา? สองเหรียญดอกท้อ?”
“พวกเรามีตั้งสิบห้าคน ให้นายคนละสองเหรียญ นายก็รวยเละเลยสิ?”
“ไม่เอาอะ!”
“ไม่ตกลงเด็ดขาด!”
“พวกเราเตรียมวัตถุดิบแล้วนายทำอาหาร! ก็ยุติธรรมดีแล้วนี่นา!”
ทุกคนคุ้นเคยกับนิสัยจอมขูดรีดของ หลินจือไป๋ กันอยู่แล้ว
พอได้ยินว่าเขาจะควักเอาเหร