ุณเต็มใจแบกน้ำกับเครื่องดื่มขึ้นไปนะ”
ฉีเจียนเจียเอ่ยขึ้น “ฉันขอขึ้นไปดูด้วยคนได้ไหมคะ?”
เย่อิงเหน็บทันที “เธอไม่นวดให้คนอื่นต่อเหรอ? อย่างหลานเหย่หรือฉีเทียนเหวินอะไรพวกนั้นน่ะ พวกนั้นใช้เงินมือเติบจะตาย”
ฉีเจียนเจียเอ่ยยิ้มตาหยี “ฉันนวดให้เฉพาะลูกค้าผู้หญิงเท่านั้นน่ะ ท่านเศรษฐีไป๋เป็นกรณีพิเศษ”
เย่อิงกล่าวบิดเบือนต่อหน้า “หลินจือไป๋ เธอบอกว่าคุณเป็นผู้หญิงแนะ”
หลินจือไป๋ “…ถ้าคุณเจียนเจียจะไปด้วย ก็ช่วยแบกอุปกรณ์ให้ผมหน่อยแล้วกันครับ”
“ได้ค่ะ อะไรเหรอคะ?”
“ก็แค่กล่องใบหนึ่ง ไม่หนักหรอกครับ”
“ตกลงค่ะ”
ทั้งสามเดินออกจากบ้านไปแบบนั้น เย่อิงแบกน้ำ ฉีเจียนเจียถือกล่อง ส่วนหลินจือไป๋หิ้วถุงแตงโมที่หั่นเรียบร้อยและแช่จนเย็นเจี๊ยบมาจากตู้เย็น ภายใต้แสงแดดที่ร้อนระอุ มองเห็นโจวหานจิ้น หลี่เซียว และเย่เจิ้นจากกลุ่มสีแดงอยู่ไกลๆ พวกเขากำลังช่วยกันถางหญ้า แต่ละคนเหงื่อท่วมตัว
“แตงโมครับ!” หลินจือไป๋ตะโกน “แค่หนึ่งเหรียญดอกท้อ ก็แลกแตงโมแชเย็นได้หนึ่งชิ้น”
“ไม่ต้องไปสนใจเขา” หลี่เซียวกระซิบเบาๆ จบทั้งสามคนก็ไม่ส่งเสียง ทำงานต่อ หลินจือไป๋ก็ไม่ได้ร้อนใจ นั่งลงบนสนามหญ้าแล้วเริ่มกินแตงโมคนเดียว
เอื้อก โจวหานจิ้นทนไม่ไหวจริงๆ “ขอผมชิ้นหนึ่ง!”
เย่เจิ้นเอ่ยอย่างโมโห “โจวหานจิ้น นายยังมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่สักหน่อยบ้างไหม… เอาให้ฉันด้วยชิ้นหนึ่ง!”
“ได้ครับ หลี่เซียวละ?” หลินจือไป๋หันไปมองหลี่เซียวที