ม่ได้แตะตัวเขาโดยตรง เพราะถ้าแตะเออิจิโร่ก็จะถูกประกาศว่าตกรอบทันที แล้วเย่จวินจี๋ก็จะรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดังนั้นหลังจากหลินจือไป๋ได้รับไมค์มา ก็ทำทีตรวจสอบครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า
“ขออภัยครับ ดูเหมือนทีมคุมเสียงของเราจะเข้าใจผิด ไมค์ของอาจารย์เออิจิโร่ไม่มีปัญหาครับ น่าจะเป็นไมค์ของอาจารย์เย่จวินจี๋ที่มีปัญหา ขอผมดูหน่อยได้ไหมครับ?”
“ได้สิ” เย่จวินจี๋ไม่ได้เอะใจ ถอดไมค์ยื่นให้หลินจือไป๋ทันที
หลินจือไป๋ไม่ได้รีบรับมา แต่หันไปบอกเออิจิโร่ก่อนว่า “คืนไมค์ให้ครับ รับดีๆ นะครับ”
“อื้ม” เออิจิโร่รับไมค์คืนไป มือของเขาถูกหลินจือไป๋แตะเข้าให้แล้วแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร อีกด้านหนึ่งเย่จวินจี๋ยังคงถือไมค์ค้างไว้ หลินจือไป๋ยิ้มแล้วยื่นมือไปรับ
เวลานี้เองเสียงจากลำโพงก็ดังขึ้น“เออิจิโร่ ตกรอบ”“ตกรอบ?” สีหน้าของเย่จวินจี๋มึนงง ยังไม่ทันตั้งตัวมือของเขาก็ถูกหลินจือไป๋แตะเข้าแล้ว
“เย่จวินจี๋ ตกรอบ”เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้ทั้งสองสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“นี่นาย…” ทั้งคู่จ้องเขม็งไปที่หลินจือไป๋ หลินจือไป๋ถอดหน้ากากอนามัยออกแล้วเงยหน้าส่งยิ้มที่สดใสให้ ประจวบเหมาะที่เวลานี้เสียงจากลำโพงประกาศก็ดังขึ้นอีกครั้งว่า
“หลี่เซียว ตกรอบ”
รอยยิ้มของหลินจือไป๋ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก ดูท่าสามสาวก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ซะทีเดียว อย่างน้อยก็ยังจับแกะได้หนึ่งตัว