่ากลุ่มสีน้ำเงินไร้พิษสงเลยมัวแต่พักผ่อน สิ่งที่พวกเขาคิดคือถ้าเจอหมาป่าสีน้ำเงินก็แค่ต้องวิ่งวัดกันที่พละกำลัง แต่ใครจะไปรู้ว่าหลินจือไป๋จะปลอมตัวเป็นทีมงานละ ดังนั้นแขกรับเชิญชายเหล่านี้จึงถูกเขาจับได้อย่างง่ายดาย ไม่เหมือนแขกรับเชิญหญิงที่รู้จักหลบซ่อนตัว หลินจือไป๋เองก็ไม่อยากเสียเวลาไปตามหาด้วย
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น หลินจือไป๋ก็เหลือบไปเห็นคนคุ้นเคยอีกสองคน เย่จวินจี๋! เออิจิโร่! ถ้าจับสองคนนี้ได้ กลุ่มสีน้ำเงินก็ชนะเป็นที่หนึ่งแน่นอน แต่สองคนนี้จับไม่ง่ายเพราะทั้งสองคนดันปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้น่ะสิ!
ถึงต้นไม้จะไม่สูงมากนักแต่ไม่มีกิ่งก้านให้เหยียบ คนปกติทั่วไปคงปีนขึ้นไปไม่ได้แน่ ไม่รู้ว่าเจ้าสองคนนี้ปีนขึ้นไปได้ยังไง แต่อย่างไรหลินจือไป๋ก็ไม่อยากปีนขึ้นไป ทำยังไงดี?
หลินจือไป๋เดินเข้าไปใกล้อย่างไม่กระโตกกระตาก ดวงตากลอกกลิ้งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “อาจารย์เออิจิโร่ครับ ดูเหมือนไมค์ของคุณจะมีปัญหาเรื่องการรับเสียงนิดหน่อย ผมต้องขอปรับหน่อยครับ”
“ตอนนี้ผมยังลงไปไม่ได้หรอก” เออิจิโร่ไม่อยากลงจากต้นไม้เลย
หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องลงมาหรอก แค่ส่งไมค์จากบนต้นไม้มาให้ผมก็พอครับ”
“ได้เลย” เออิจิโร่เริ่มรำคาญนิดหน่อย แต่การถ่ายทำต้องอาศัยการบันทึกเสียงจริงๆ จึงถอดไมค์แล้วยื่นให้หลินจือไป๋
หลินจือไป๋เขย่งปลายเท้าขึ้นไปรับ เขาสามารถแตะถึงมือของเออิจิโร่ได้แล้ว แต่หลินจือไป๋ไ