้ว พอเขาไม่อยู่ก็รู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมา!
“จะไปเดินดูแถวๆ ศูนย์กิจกรรมหน่อย”
หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “ถ้าไม่มีอะไรผิดแผน อีกสักพักพวกคุณก็ออกไปเดินเล่นกันได้อย่างอิสระแล้วละ”
“เดินเล่นได้อย่างอิสระ?”
อูซวงทำหน้ามึนงง แม้แต่หานเยว่ซวงที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่เข้าใจว่าหลินจือไป๋หมายความว่าอะไร
“บอกตอนนี้ก็ไม่สนุกสิครับ”
หลินจือไป๋หัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ แล้ววิ่งไปยังศูนย์กิจกรรม รอบนี้เขากะจะใช้แผนการสุดแสบ
หมายความว่ายังไงกันแน่เหรอ?
เมื่อเห็นหลินจือไป๋วิ่งออกไป สาวๆ ทั้งสามคนก็งันงก
หลินจือไป๋ระวังตัวมาก พยายามหลบเลี่ยงสายตาของพวกหมาป่าตลอดทาง ใช้เวลาสิบนาทีในที่สุดก็เข้าไปถึงศูนย์กิจกรรม
“ห้ามเข้าไปข้างในตัวอาคารนะครับ”
ผู้กำกับหวงถิงที่เห็นหลินจือไป๋เดินมาผ่านจอมอนิเตอร์นานแล้ว รีบมาดักรอที่ประตูศูนย์กิจกรรม
“ผมไม่เข้าไปหรอกครับ”
หลินจือไป๋เดินเข้าไปหาผู้กำกับ “อยากจะขอยืมของจากคุณหน่อย”
“อะไรเหรอครับ?”
หวงถิงถอยหลังครึ่งก้าว หลินจือไป๋เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว เมื่อวานตรงทางเข้าแคบๆ แม้แต่ทีมงานเองก็ยังโดนเขาเอาเปรียบ
“คุณกลัวอะไร”
หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “ขอยืมไมค์ของคุณหน่อยสิ”
“ยืมไมค์?”
หวงถิงผงะเล็กน้อย แล้วก็ยิ้มออกมา
“ได้สิครับ”
พูดจบหวงถิงก็ส่งไมค์ให้หลินจือไป๋
หลินจือไป๋กระแอมในคอเล็กน้อย เปิดไมค์ของหวงถิงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
“เย่อิง ตกรอบ”
หวงถิงพลันเบิกตาโพลง นี่หลินจือไป๋เลียนเสี