างไม่เต็มใจนัก
และแล้ว
ทุกคนก็ยอมจ่ายเงินกันหมด
เพียงแต่สายตาที่มองหลินจือไป๋ ราวกับกำลังมองพ่อค้าหน้าเลือดอย่างไรอย่างนั้น
หลานเหย่กับฉีเจียนเจียยังมาไม่ถึง แต่แขกรับเชิญคนอื่นอยู่ครบ หากไม่นับหลินจือไป๋กับเย่อิง ก็จะมีทั้งหมดสิบสองคน รถหกคัน
ซึ่งหมายความว่า
รอบนี้หลินจือไป๋ได้กำไรเน้นๆ ไปถึงยี่สิบสี่เหรียญดอกท้อ!
จากนั้นหลินจือไป๋ก็ขับรถทุกคันผ่านไปได้โดยไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว
ด้านข้าง
ผู้กำกับหวงถิงถึงกับอึ้งสนิท
สถานการณ์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขาโดยสิ้นเชิง ไม่นึกเลยว่าหลินจือไป๋จะขับรถของทุกคนผ่านไปได้จริงๆ!
“สุดยอด!”
ฉีเทียนเหวินชูนิ้วโป้งให้ จากนั้นก็ขับรถออกไปทันที
หลินจือไป๋เองก็เตรียมจะไปเหมือนกัน แต่จู่ๆ เย่อิงกลับบอกว่า “รอก่อนสิ ยังเหลืออีกคันหนึ่งนะ”
ระหว่างที่พูดอยู่นั้น
ก็มีรถอีกคันเดินทางมาถึง
ซึ่งก็คือรถของหลานเหย่และฉีเจียนเจียนั่นเอง
“คุณอยู่ในรถนะ ฉันไปเจรจาเก็บเงินให้เอง!” เย่อิงฮึกเหิมสุดๆ กระโดดลงจากรถแล้วตรงไปคุยกับหลานเหย่ทันที
แต่ดูเหมือนว่าการเจรจาจะไปได้ไม่สวยนัก?
หลินจือไป๋เห็นว่าหลังจากหลานเหย่คุยกับเย่อิงจบ ก็พยายามจะขับผ่านทางเข้าแคบๆ นั้นด้วยตัวเองทันที
แล้วจากนั้น…
ก็ไม่มีอะไรต่อจากนั้นอีก
ถึงแม้รถจะผ่านไปได้สำเร็จ แต่ประตูหลังรถกลับมีรอยขูดอย่างเห็นได้ชัด
หลินจือไป๋พลันรู้สึกปวดใจ เย่อิงคนนี้ทำยังไงของเขาเนี่ย เจรจาปิดดีลไม่ได้ ตอนนี้ท