ไป๋ตอบตามความจริง เขาใช้เวลาสองเดือนกว่าจะสอบใบขับขี่ได้ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ขับรถอีกเลย ออกไปไหนก็มีคนขับรถไปส่งตลอด
“หลอกผีเถอะ”
เย่อิงกลอกตามองบนพลางพูดว่า “เรียนใบขับขี่สองเดือนไม่รู้จะพอหรือเปล่าเลย”
หลินจือไป๋ไม่ได้อธิบาย
ขับต่อมาอีกสี่สิบนาที หลินจือไป๋ก็เห็นรถ SUV รุ่นเดียวกันหลายคันจอดอยู่ข้างหน้า
จอดขวางจนปิดกั้นถนน
เย่อิงพูดขึ้น “นั่นรถของแขกรับเชิญคนอื่นนี่นา ทำไมพวกเขาไม่ไปต่อล่ะ?”
ยังไม่ถึงจุดหมายเลย
ในแผนที่ระบุว่ายังเหลืออีกห้ากิโลเมตร
หลินจือไป๋จอดรถ “ไปดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น”
ทั้งสองลงจากรถ ปรากฏว่าแขกรับเชิญที่อยู่ข้างหน้าก็พากันโบกมือให้ หลินจือไป๋เห็นคนคุ้นเคยหลายคน ทั้งฉินเลี่ยน หลี่เซียว โจวหานจิ้น จางซีหยางและหานเยว่ซวง กระทั่งเย่จวินจี๋กับเออิจิโร่ก็อยู่ด้วย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาออกเดินทางมาก่อน
“ไฮ!”
“อิงอิง!”
“สวัสดีทุกคน!”
ทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จักต่างก็ทักทายกัน
เย่จวินจี๋ก็อยากจะทักทายเหมือนกัน อย่างไรเขากับหลินจือไป๋ก็ถือว่ารู้จักกัน แต่พอเห็นเออิจิโร่เพื่อนรักทำหน้าเย็นชา เลยลังเลไม่ได้เอ่ยปาก
“ฉูฉู่!”
เย่อิงสนิทกับหญิงสาวคนหนึ่งในนั้นมาก อีกฝ่ายวิ่งเข้ามาหาแล้วทั้งคู่ก็กอดกัน
“แนะนำให้รู้จักนะ นี่ฉูฉู่ เพื่อนซี้ฉันเอง!” เย่อิงดึงแขนหลินจือไป๋มาเบาๆ แล้วแนะนำต่อว่า
“ส่วนนี่คือหลินจือไป๋จากฉินโจว”
“สวัสดีค่ะ”
ฉูฉู่กล่าวทักทาย รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
อิงอิ