งเล่า?
ทันใดนั้นก็นึกเสียใจขึ้นมา หากรู้แต่แรกนางก็ไม่ควรใจร้อนเช่นนี้ มาหาคนขายเนื้อแซ่หลี่ช้ากว่านี้สักวัน หากหาเงินช้ากว่านี้สักวันก็คงไม่ถึงขั้นทำให้คนอดตายหรอก?
นางชะงักฝีเท้าแล้วพุ่งตัวเข้าไปในดงหญ้าข้างทาง
เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ นางจึงได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเหล่านั้น
“จะปรึกษาข้าเรื่องอะไร?”
เงาคนสักคนก็ไม่มี จู่ ๆ มีเสียงดังขึ้นมาปุบปับ ทำเอาพี่น้องสกุลจูสะดุ้งตกใจไปตาม ๆ กัน
ไม่หรอกมั้ง เจอผีงั้นเรอะ?!
“ท่านแม่?! ท่านทำอะไรน่ะ? ท่านเข้าไปอยู่ในดงหญ้าทำไม?” หลังจากจูซื่อมองออกว่าเงาร่างนั้นคือใครแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่าเมื่อครู่เขาตกใจมากเพียงไหน
“โธ่เอ๋ย แม่เจ้า ท่านแม่ ท่านทำข้าตกใจหมด…” จูอู่ลูบหน้าอกตัวเองเบา ๆ
จูต้ากับจูเอ้อร์ก็ถอนหายใจตามมา “ท่านแม่…”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความจนใจหลังจากได้รับความตื่นตระหนก
“ข้าทำไม? ยังไม่ใช่เพราะถูกพวกเจ้าทำให้ตกใจหรอกหรือ? เห็นคนล้อมเข้ามาหาแต่ไกล ทั้งยังเห็นไม่ชัด ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเป็นใคร ถ้าเป็นคนร้ายจะทำอย่างไร? ข้าถึงได้ซ่อนตัวอย่างไรเล่า” เย่อวี๋หรานปัดเศษหญ้าบนร่างออก “พวกเจ้าก็จริง ๆ เลย ออกมาก็ไม่รู้จักเอาคบไฟมาด้วย”
“คิดไม่ถึงขอรับ” จูเอ้อร์เกาศีรษะ
เย่อวี๋หรานเห็นพวกเขาก็พอเดาได้ราง ๆ “ออกมารับข้า?”
“ขอรับ พี่ใหญ่เรียกข้าออกมาด้วยกัน” จูเอ้อร์กล่าว
“เจ้าสี่บอกว่าจะออกมารับท่านแม่” จูต้าพูด
“พี่สี่เรียกข้าออกมาขอรับ” จู