อู่ว่า
จูซื่อเห็นว่าทุกคนผลักเรื่องมาที่ตนเองจึงบอกตามความจริง “หรูตงบอกมาขอรับ นางบอกว่าท่านแม่ออกมานานแล้วก็ยังไม่กลับ กลัวว่ามืดแล้วท่านแม่อาจเห็นทางไม่ชัดจึงให้ข้าออกมารับท่านแม่”
“คนเขาถึงได้พูดกันอย่างไรเล่าว่าลูกสาวจึงจะเอาใจใส่คนเป็นแม่มากที่สุด ดูเอาเถอะ ลูกชายอย่างพวกเจ้ามีใครรู้จักเป็นห่วงข้าบ้าง? ลูกสะใภ้ยังดีเสียกว่า ลูกสะใภ้ก็คือลูกสาวครึ่งหนึ่ง ลูกสาวครึ่งเดียวยังรู้จักเอาใจใส่กว่าพวกเจ้า” เย่อวี๋หรานไม่ได้โมโหจริง ๆ แค่ตัดพ้อไปอย่างนั้น
นางรู้ว่าคนยุคนี้ถูกสอนมาเช่นนี้ ผู้ชายรับผิดชอบเรื่องนอกบ้าน ส่วนผู้หญิงกำกับงานในเรือน
พวกลูกชายยังถูกเจ้าของร่างเดิมสั่งสอนมาจนโต ย่อมไม่ใคร่ครวญถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว
แต่นางมาอยู่ที่นี่แล้ว เรื่องที่ควรตัดพ้อก็พึงตัดพ้อ อย่างน้อยก็ควรให้พวกเขาทราบว่า ต่อให้เป็นลูกชาย พวกเจ้าก็ต้องรู้จักเป็นห่วงมารดาบ้าง เข้าใจไหม?
ลูกชายที่ไม่ได้มีจิตใจละเอียดอ่อนสักเท่าใดถึงกับนิ่งงัน “…”
ท่านแม่โกรธพวกข้าหรือเนี่ย?
“แหะแหะ!” จูซื่อยิ้ม “ท่านแม่ ตอนนี้ท่านมีลูกสะใภ้สี่คนก็เทียบเท่าลูกสาวสองคนแล้วนี่ขอรับ”
เย่อวี๋หรานกลอกตา สะใภ้สี่ยังพอเรียกได้ว่าเป็นลูกสาวครึ่งหนึ่ง ส่วนคนอื่นก็แล้วไปเถอะ ถ้าพวกนางสร้างปัญหาน้อยลงบ้าง นางก็ขอบคุณฟ้าดินมากแล้ว!
แต่นางไม่ได้พูดออกมา
นางรู้ว่าคำพูดพวกนี้ถ้าได้พูดออกมาแล้วก็มีแต่จะทำให้ขุ่นเคืองใจกันไปเปล่า ๆ
นางลำเอ