ว่าฟ้ามืดแล้ว ท่านแม่เดินทางจะไม่ปลอดภัย จึงให้พวกข้าออกไปรับ”
จูต้าครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “งั้นพวกเจ้ารอก่อน ข้าไปด้วย”
จูต้ากลับเข้าไปบอกหลิ่วซื่อในเรือน ทั้งยังไปเรียกจูเอ้อร์ที่อยู่ห้องข้าง ๆ กัน
“พี่ใหญ่เรียกเจ้าทำไม?” หลิวซื่อได้ยินก็ถามขึ้น
จูเอ้อร์สวมรองเท้าพลางตอบว่า “พี่ใหญ่เรียกให้ข้าไปรับท่านแม่ด้วยกัน”
หลิวซื่อกลอกตาเล็กน้อยค่อยประชิดเข้ามากระซิบว่า “อย่างนั้นก็ต้องไป ครั้งนี้ท่านแม่ออกไปเจรจาเรื่องค้าขาย เจ้าต้องแสดงออกให้ดี อย่าให้คนอื่นฉวยโอกาสได้ เข้าใจไหม?”
“รู้แล้ว” จูเอ้อร์ตอบรับไปอย่างนั้น แต่จะเข้าใจจริงหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้
หลังจากนั้น หลิวซื่อค่อยทราบว่าคนอื่น ๆ ก็ออกไปรับแม่สามีเช่นกัน จึงแอบบริภาษว่า “พวกเห็นผลประโยชน์แล้วตาลุกวาว ปกติไม่เห็นพวกเจ้าจะกระตือรือร้นแบบนี้เลยนี่? เกือบจะถูกพวกเจ้าได้หน้าไปแล้ว!”
นางตัดสินใจแน่วแน่กว่าเดิมว่าวันหน้าจะต้องจับตามองคนอื่น ๆ ให้เข้มงวดกว่านี้ ไม่ปล่อยให้ใครเกินหน้าตนเองกับสามีไปเด็ดขาด
ตั้งแต่ออกมาจากหมู่บ้าน พี่น้องสกุลจูต่างคนต่างเงียบ
ถ้ามีเพียงจูซื่อกับจูอู่สองคน พวกเขาอาจสนทนาเรื่องนั้นเรื่องนี้ คุยกันได้ไม่จบไม่สิ้น
แต่เมื่อมีจูต้ากับจูเอ้อร์มาด้วย พวกเขาสองคนก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกันแล้ว
ทั้ง ๆ ที่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือด แต่กลับรู้สึกเหมือนคุยไม่ค่อยถูกคอกันสักเท่าไหร่
“พี่สี่ ซานเป่ากับซื่อเป่ากำลังฝึกท