ขียวขจีก็คือนักร้องแถวหนึ่งของนาเชิน ติงติง เธอสวยมากเลยละ ฉันเป็นแฟนคลับเธอ เสียงนี้ฉันไม่มีทางจำผิดแน่!”
“เป็นเธอจริงๆ ด้วย!”
“วันนี้หลายคนหงายไพ่กันหมดเลยแฮะ ไม่ใช่แค่คนเดียวแล้วที่ใช้เสียงจริง!”
“อันที่จริงเจ้าชายกบก็ใช้เสียงจริงแล้วเหมือนกัน แต่เขาเป็นหวัด เสียงเลยดูอ่อนแรงชัดเจนเลย ถึงขั้นที่โน้ตบางตัวยังขึ้นยากสุดๆ น่าเสียดายจริงๆ”
“วันนี้ทีมแดงน่าสงสารจัง!”
“นั่นสิ แพ้หมดเลย เหลือแค่เทพดาราร้อยลักษณ์คนเดียวแล้ว!”
“เพลงของวันนี้ซึ้งมากจริงๆ ฉันฟังเพลงที่ผ่านมาจากก่อนหน้านี้จนร้องไห้เลย แต่ตอนนี้เหมือนน้ำตาจะแห้งไปหมดแล้ว”
“ฉันเองก็ร้องไห้ไม่ไหวเหมือนกัน”
เพลงที่เกี่ยวกับพ่อแม่มักเป็นแนวเรียกน้ำตา เพลงแบบนี้ถ้าฟังสองเพลงสามเพลงก็ซาบซึ้งอยู่ แต่พอฟังติดต่อกันมากเข้าก็ย่อมเกิดอารมณ์ตายด้าน หลังจากอารมณ์ขึ้นลงอย่างรุนแรงติดต่อกัน คนเราย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะอ่อนล้า ดังนั้นแม้เพลงหลังๆ จะซึ้งกินใจ แต่ผู้ชมที่ฟังจนน้ำตานองหน้ากลับน้อยลงทุกที
ท่ามกลางการถกเถียงของบรรดาผู้ชม หวงลี่เดินขึ้นมาบนเวทีแล้วกล่าวว่า “ขอขอบคุณการขับร้องจากอาจารย์หญ้าอ่อนเขียวขจีครับ เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมมาก และลำดับต่อไป ขอเชิญทุกท่านต้อนรับอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ ที่มาพร้อมบทเพลงปิดท้ายในรอบนี้ได้เลยครับ!”
แปะๆๆ! ผู้ชมปรบมือเกรียวกราว!
“ในที่สุดก็ถึงตาของเทพดาราร้อยลักษณ์แล้ว พวกนายว่าครั้งนี้เขาจะใช้เสีย