เป็นตำบลเล็ก ๆ รอจนพวกเราหยั่งเท้าอยู่ที่นี่ได้มั่นคงแล้ว ค่อยขยับขยายไปเปิดภัตตาคารในตำบลใหญ่ที่ตั้งอยู่ติดกัน ถึงตอนนั้นก็สามารถหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว”
“จูต้าเหนียง ท่านช่างทะเยอะทะยานยิ่งนัก!” เจี่ยงโหย่วเซิงยกนิ้วหัวแม่มือชมเชย และกล่าวอย่างเลื่อมใสว่า “ตอนนี้พวกเรายังเป็นแค่แผงขายอาหารเล็ก ๆ ท่านก็คิดไปถึงการเปิดภัตตาคารในตำบลข้างกันแล้ว”
“ทหารที่ไม่อยากเป็นแม่ทัพไม่ใช่ทหารที่ดี ไม่ตั้งเป้าหมายให้ใหญ่ไว้ก่อน วันหน้าพวกเราจะก้าวหน้าไปได้อย่างไร? คนเราต้องมีเป้าหมายจึงจะรู้ว่าตนเองต้องกระทำสิ่งใด”
เจี่ยงโหย่วเซิงใคร่ครวญแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล
ต่อจากนั้น พี่เป้าและเย่อวี๋หรานก็กำหนดราคาหมูพะโล้เป็นที่เรียบร้อย
ต่างจากลูกชิ้นรสเนื้อที่ราคาค่อนข้างถูก ราคาของหมูพะโล้จะต้องแพงกว่า วัตถุดิบที่ใช้ทำพะโล้ต่างกัน ราคาย่อมต่างกันไปด้วย ยกตัวอย่างเช่นเนื้อหมู เดิมทีราคาก็แพงอยู่แล้ว ถ้านำมาทำพะโล้ย่อมไม่อาจปล่อยให้ขาดทุน
“หูหมู หางหมู หรือตีนหมูล้วนสามารถนำมาตุ๋นพะโล้ได้ทั้งนั้น”
“ยังมีเครื่องในหมู พวกเราเอาไส้หมูมาตุ๋นพะโล้ ส่วนอื่นใช้ทำน้ำพริก”
“ยังทำตามกฎเดิม กำไรแบ่งกันครึ่งต่อครึ่ง”
……
เดิมทีนั้นพี่เป้ายังคิดจะแนะนำคนขายเนื้อเจ้าหนึ่งในตำบลให้เย่อวี๋หราน บอกว่าเขาคุ้นเคยกับคนผู้นั้น สามารถซื้อได้ราคาถูกกว่าเดิม
แต่เย่อวี๋หรานปฏิเสธ “ไม่จำเป็นต้องให้พี่เป้าแนะนำหรอก หมู่บ้านพวกข้