เหรียญที่อยู่ข้าง ๆ กัน อันไหนคุ้มกว่า?”
เจี่ยงโหย่วเซิงครุ่นคิดเล็กน้อย “เนื้อคุ้มกว่าหน่อย เนื้อหนึ่งตำลึงใหญ่กว่าลูกชิ้นมากนัก…”
แต่ไข่ไก่สองฟองกลับใช้ซื้อเนื้อได้ชิ้นเดียว ค่อนข้างแพงอยู่บ้างจริง ๆ แต่ในตำบลใช่ว่าจะไม่มีคนจ่ายไหวเอาเสียเลย
“ของสิ่งนี้เดิมทีก็ไม่ได้มีไว้สำหรับขายให้ทุกคนอยู่แล้ว ถ้าพวกเขาอยากกินอันที่ราคาถูก ซื้อลูกชิ้นรสเนื้อก็ได้ ในนั้นผสมของอย่างอื่น พวกเราไม่ได้หลอกลวงพวกเขา” เย่อวี๋หรานพูด “แต่หมูพะโล้ไม่เหมือนกัน เพราะมันทำจากเนื้อล้วน ๆ ทั้งยังทำสำเร็จแล้ว ย่อมต้องแพงกว่าเป็นธรรมดา”
นางบอกว่าเท่านี้ถือว่าราคาถูกแล้ว ถ้าเปิดภัตตาคาร ถ้วยเล็กแค่นี้ ทำให้ประณีตหน่อยยังสามารถขายถ้วยละหลายสิบเหรียญ
ประมาณขนาดของถ้วย แล้วประเมินว่าในนั้นสามารถใส่เนื้อได้เท่าไหร่ ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นพลันเงียบงันไป
ผ่านไปสักพัก พี่เป้าก็พูดขึ้นมา “เห็นที พวกเราควรรีบเปิดภัตตาคาร เปิดภัตตาคารหาเงินได้มากกว่า”
ใช่แล้ว เนื้อที่จูต้าเหนียงทำสามารถเพิ่มราคาได้เป็นเท่าตัว ทั้งยังเป็นการขายบนแผงขายอาหารอีกต่างหาก
ถ้าขายในภัตตาคาร มิเท่ากับว่าสามารถเพิ่มราคาได้หลายเท่าตัวเลยหรือ?
พวกเขาไม่ได้โง่ ผู้ใดไม่ทราบว่าอาหารในภัตตาคารแพงเพราะเหตุใด มันแพงเพราะเป็น ‘ภัตตาคาร’ ไม่ใช่หรือ?
“ไม่ต้องรีบร้อน พวกเราเริ่มจากร้านขายอาหารข้างทาง หาเงินได้แล้วค่อยว่ากันใหม่” เย่อวี๋หรานกล่าว “ตำบลอันจิ่ว