่นนับพันรูปแบบ แต่อารมณ์ความรู้สึกนั้นกลับสัตย์จริง หลินจือไป๋กระชับมือที่ถือไมโครโฟนแน่นขึ้นเล็กน้อย ในหัวพลันฉายภาพย้อนไปยังอดีตหลังจากที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บเหล่านั้น แม้ส่วนใหญ่จะเป็นความเจ็บปวดก็ตาม
“หลายครั้ง… อยากปล่อยตัวเองให้เมามาย ให้ตัวฉันได้หลบเร้นจากบุญคุณความแค้นแสนวุ่นวาย ให้ความปรารถนาที่ซุกซ่อนมานานล่องลอยไปตามสายลม ลืมเลือนว่าฉันคือใคร”
ในช่วงหลายปีนั้นที่หลินจือไป๋เจ็บป่วย แน่นอนว่าไม่ได้แตะต้องสุรา แต่กลับปรารถนาที่จะเมามายสักครั้งอยู่เสมอ แต่ใช่ว่าหลินจือไป๋อยากจะลืมก็สามารถมองข้ามมันไป ดังนั้นความปรารถนาที่ฝังรากลึกจึงทำได้เพียงซุกซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ อยากจะลืมว่าตนเองคือใคร อยากจะโบยบินไปกับสายลม
ตอนนี้บนเวที King of Mask Singer หลินจือไป๋ได้ค่อยๆ เริ่มทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นจริงขึ้นมา เขากำลังเพลิดเพลินกับอิสระที่ไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้ พันธนาการบุญคุณความแค้นเหล่านั้นเริ่มคลายตัวลงเรื่อยๆ แล้ว ศัตรูเหล่านั้นไม่สามารถขัดขวางเขาได้อีกต่อไป
บางทีในอนาคต เขาอาจจะสามารถใช้ชีวิตที่เป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้น โปร่งใสมากขึ้น ไร้ซึ่งข้อจำกัดใดๆ มากขึ้น เพลิดเพลินไปกับชีวิตที่เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง!
ผู้ชมค่อยๆ ตกอยู่ในภวังค์ เทพดาราร้อยลักษณ์ที่ตั้งใจร้องเพลงมีเสน่ห์ที่แตกต่างออกไป แม้เพลงนี้จะไม่มีเสียงสูงที่บาดลึกถึงทรวง แต่กลับเหมือนการตกตะกอนทางความคิดเกี่ยวกับชี