ี่ตนได้รับนั้นหลักๆ มาจากระบบ แต่แม่จะคิดแบบนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงพรสวรรค์เหล่านี้ของหลินจือไป๋ ภายใต้การเคี่ยวเข็ญของแม่ในวัยเด็ก ก็ถือว่าได้ปูพื้นฐานไว้บ้างไม่มากก็น้อย
จนกระทั่งหลายปีมานี้ เมื่อเขาแสดงอัจฉริยภาพทางดนตรีที่น่าหวาดหวั่นในฐานะไปตี้ ไปจนถึงพรสวรรค์ด้านอักษรพู่กันและบทกวี แม้ครอบครัวจะประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ายากจะเข้าใจขนาดนั้น
อย่างไรเสีย เขาก็เคยเรียนของพวกนี้มาหลายปีตอนเด็กไม่ใช่หรือ?
เป็นเช่นนี้ หลังจากทานข้าวเสร็จ หลินจือไป๋กลับเข้าห้องนอน หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มเขียนบทละคร
บทละครเรื่องนี้มีชื่อว่า ‘เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว’ (Justice Bao)!
เห็นได้ชัดว่าหลินจือไป๋ได้เริ่มเตรียมการบุกเบิกตลาดฉีโจวแล้ว ตลาดภาพยนตร์ของฉีโจวนิยมแนวตลกเป็นอย่างมาก ดังนั้นหลินจือไป๋จึงสั่งซื้อภาพยนตร์ตลกฮ่องกงจากโลกก่อนจำนวนมากจากระบบ และเมื่อกล่าวถึงภาพยนตร์ตลกฮ่องกง สิ่งแรกที่หลินจือไป๋นึกถึงก็คือ ‘โจวซิงฉือ’ ราชาหนังตลก!
แม้การจะหานักแสดงภาพยนตร์อย่างโจวซิงฉือในบลูสตาร์จะเป็นเรื่องยาก แต่หลินจือไป๋คิดว่าลองดูได้ ดังนั้นจึงเขียนบทภาพยนตร์ที่เป็นตัวแทนของโจวซิงฉือออกมาก่อนแล้วกัน
โลกใบนี้กว้างใหญ่! ตนค่อยๆ ค้นหาไปก็ได้ หลินจือไป๋ได้สั่งให้เจียงเฉิงรวบรวมข้อมูลของนักแสดงตลกในฉีโจว หรือแม้แต่ในฉินโจวแล้ว
ต่อให้สุดท้ายเขาจะหานักแสดงที่เหมาะสมที่สุดไม่