หนึ่ง กล่าวกันว่าตัวผู้กับตัวเมียมีความรักมั่นคงต่อกันยิ่งนัก ดังนั้นจึงใช้นกจวีจิวมาสรรเสริญความรัก ไม่ใช่นกเขาที่เจ้าว่ามา นั่นมันนกคนละชนิดกันเลยนี่?”
ประทานโทษเถอะ เย่อวี๋หรานสอนพี่น้องสกุลจูท่องกลอนจากในคัมภีร์ซือจิง (คัมภีร์รวมกลอนโบราณ) มานานแล้ว
ทั้งยังไม่ได้ท่องอย่างเดียว แต่เย่อวี๋หรานยังอธิบายความหมายของบทกลอนในซือจิงอย่างละเอียดอีกด้วย
จูปาเม่ยแค่ไม่ได้ความจำดีเท่าจูชี แต่มีความจำดีกว่าคนทั่วไปมากนัก ดังนั้นพอเจียงหยวนซือท่องออกมา นางก็พบจุดโหว่ทันที
คราวนี้จูปาเม่ยแน่ใจแล้วว่าคนผู้นี้เป็นบัณฑิตที่เรียนรู้แค่งู ๆ ปลา ๆ ไร้อนาคตโดยสิ้นเชิง
เจียงหยวนซือชะงักอยู่กับที่ “…”
สวรรค์?! นางรู้ได้อย่างไร?!
“เจ้าต้องตั้งใจเรียนกว่านี้ ถึงอย่างไรก็เสียค่าเล่าเรียนไปแล้ว เรียนทีก็ตั้งหลายปี พอให้ครอบครัวชาวบ้านกินข้าวได้นานมากโข…” จูปาเม่ยโน้มน้าวด้วยความปรารถนาดี บอกให้อีกฝ่ายอย่าทำให้ครอบครัวต้องสิ้นเปลืองเงินทองโดยเปล่าประโยชน์
ถ้าพี่เจ็ดกล้าล้างผลาญเงินทองแบบนี้ ต่อให้มารดาลงโทษ นางก็ต้องด่าพี่เจ็ดให้ได้สักยก
ไม่รู้ดีชั่วเกินไปแล้ว คิดว่าเงินหล่นลงมาจากฟ้าหรือไร?
เจียงหยวนซือ “…”
น้องสาวเจ้าสิ!
การปะทะกันครั้งที่สอง จูปาเม่ยเป็นฝ่ายชนะ
โชคดีที่ตอนนั้นหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยกลับมาพอดี เจียงหยวนซือที่พบอุปสรรคลอบถอนหายใจ คิดหาข้ออ้าง ‘ถอยทัพ’ จากไปทันที
ตอนจากไปยังให้ความรู้สึ