กเหมือนหนีเตลิดเปิดเปิง เอาเป็นว่าจูปาเม่ยรู้สึกแบบนั้นขณะมองเงาหลังของเขา
“ปาเม่ย?” หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยไม่พบจูปาเม่ยในเรือนจึงร้องหา
“นี่ ข้าอยู่ตรงนี้” จูปาเม่ยถือท่อนไม้เดินกลับเข้าเรือน
“เจ้าออกไปข้างนอกทำไม?” หลินซานเม่ยประหลาดใจ
“ไม่มีอะไร มีคนเล่นพิเรนทร์ โยนก้อนหินเข้ามาในเรือน ข้าออกไปสั่งสอนเขาแล้ว”
“ไม่กระมัง ใครอุกอาจขนาดนี้ กล้ามาก่อเรื่องที่เรือนพวกเราด้วย?” หลินซื่อเม่ยได้ยินแล้วก็รู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อ “พวกเขาไม่กลัวแม่เจ้าหรือ?”
จูปาเม่ยยักไหล่ตอบว่า “คงลืมไปว่านี่เป็นเรือนใครกระมัง”
แต่นางกลับไม่พูดถึงเจียงหยวนซือสักคำ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีคนโยนก้อนหินเข้ามาในเรือนอีกครั้ง จูปาเม่ยก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร
นางหาข้ออ้างออกมาจากในเรือน วิ่งมาถึงข้างนอก
“ทำไมเจ้ามาอีกแล้ว?” ครั้นเห็นเจียงหยวนซือ จูปาเม่ยก็ตักเตือนเขาทันที “ไม่ต้องมาแล้ว เจ้าโยนก้อนหินเข้ามาในเรือนข้า ถ้าแม่ข้าเห็นเข้า เจ้าคงแบกรับผลที่ตามมาไม่ไหว”
เจียงหยวนซือมีสีหน้ากระดาก ล้วงเอาของสิ่งหนึ่งจากในอกเสื้อแล้วส่งให้นาง “ข้า…ข้ารู้ว่าจูต้าเหนียงไม่อยู่ถึงได้มา ข้าฝากคนซื้อมาจากในตำบล ทั้งยังเก็บไว้ในอกเสื้ออย่างดี ยังอุ่น ๆ อยู่เลย เจ้าลองชิมดู อร่อยยิ่ง…”
“ไม่จำเป็น แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้ว นั่นคือขนมกุ้ยฮวาเกา” จูปาเม่ยพูดโดยไม่รับของ “ของแบบนี้ พี่สะใภ้ข้าก็ทำเป็น ทั้งยังอร่อยกว่าที่ขายกันอีกด้วย”
“เ