ากออก ผู้ชมก็รู้ว่าพวกเขาทายออก และพวกเขาก็รู้ว่าผู้ชมรู้ว่าพวกเขาทายออก แต่พวกเขาก็ยังแกล้งทำเป็นทายไม่ออกแล้วพูดมั่วไปเรื่อย ผู้ชมรู้สึกเหมือนโดนดูถูกสติปัญญา ยิ่งดูก็ยิ่งหมดสนุก ดังนั้นสุดท้ายไอเดียรายการดีๆ เลยไปไม่ถึงจุดพีคเท่าที่ควร
ไม่เหมือนเวอร์ชันเกาหลี นักร้องหน้ากากปิดบังเสียงได้ดี ทั้งหน้ากากและเสื้อผ้า ยิ่งไปกว่านั้น คอนเซปต์ ‘แม้แต่แม่แท้ๆ ยังจำไม่ได้’ และเวอร์ชันเกาหลีอาจเป็นเพราะประเทศเล็ก มีทรัพยากรในวงการน้อย นักร้องจึงพากันเข้าร่วมรายการอย่างกระตือรือร้น สุดท้ายจึงเป็นผลลัพธ์การเบ่งบานของดอกไม้นับร้อย!
ส่วน King of Mask Singer เวอร์ชันของหลินจือไป๋ ถือว่าผสมผสานสองเวอร์ชันในชาติก่อนเข้าด้วยกัน พร้อมกับปรับเปลี่ยนเล็กน้อย กฎกติกายืดหยุ่นกว่า เหมาะกับฉินโจวอย่างมาก
“จริงสิครับ” จินเสี่ยวเฟิงพูดต่อในสาย “พอร้องเพลงจบ ทีมกรรมการนักทายของเราจะพูดคุยกับอาจารย์ ลองหยั่งเชิงหาตัวตนของคุณ เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงเวลาพูดหลุดออกไป ทางเราจะเตรียมเครื่องเปลี่ยนเสียงไว้ให้อาจารย์ครับ อาจารย์อยากได้เสียงสไตล์ไหนครับ มีให้เลือกเยอะมากเลย ทั้งเสียงคุณลุง เสียงโลลิ เสียงพี่สาว เสียงโชตะ และอื่นๆ อีกเพียบเลยครับ”
“ผมไม่ต้องการ”
หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว ตัวเขาเองนี่แหละคือเครื่องเปลี่ยนเสียงเดินได้ เครื่องเปลี่ยนเสียงไหนก็ใช้ได้ไม่ดีเท่าเสียงร้อยลักษณ์ของเขาหรอก!
จินเสี่ยวเฟิงรีบกล่าว “แบ